ตราประจำจังหวัด
เผยแพร่เมื่อ: 07 พ.ค. 63จำนวนผู้เข้าชม:47

ตราประจำจังหวัด

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ประเทศไทยได้เกิดตราประจำจังหวัดต่างๆ ขึ้น โดยในปี 2483 จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้เริ่มให้มีการจัดทำตราประจำจังหวัดขึ้น ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในชนบทท้องถิ่นนั้นๆ มีความภาคภูมิใจและรักในบ้านเกิดท้องถิ่นของตน อันจะก่อให้เกิดความเป็นปึกแผ่นขึ้นและส่งผลให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองและมั่นคง รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีจึงได้มอบนโยบายให้กรมศิลปากร ซึ่งขณะนั้นมีพลตรี หลวงวิจิตรวาทการ ดำรงตำแหน่งอธิบดี ออกแบบดวงตราประจำจังหวัดทุกจังหวัด โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ 2 ท่านของกรมศิลปากร ได้แก่ ศาสตราจารย์พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ) เป็นผู้คิดความหมายจากชื่อจังหวัด หรือจากสิ่งสำคัญในแต่ละจังหวัด เพื่อจำลองออกมาเป็นภาพในดวงตรา และพระพรหมพิจิตร (อู๋ ลาภานนท์) เป็นผู้ร่างแบบตามแนวคิด ทั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้คณะกรรมการจังหวัดทุกจังหวัดมีส่วนในการเสนอข้อมูลและความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาเขียนดวงตราด้วย ส่วนการเขียนลงเส้นนั้นมีนายช่างอาวุโสในแผนกหัตถศิลป กองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร จำนวน 4 คน เป็นผู้เขียน ได้แก่ นายปลิว จั่นแก้ว นายทองอยู่ เรียงเนตร นายปรุง เปรมโรจน์ และนายอุ่ณห์ เศวตมาลย์

ในการออกแบบตราจังหวัด เพื่อให้ภาพที่ปรากฏอยู่ภายในดวงตราจังหวัดเป็นสัญลักษณ์ที่ประชาชนในจังหวัดและประชาชนทั่วไปสามารถยอมรับร่วมกันและพอใจที่จะใช้ ศิลปินผู้ออกแบบจึงได้เลือกคัดสรรจากสิ่งที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดนั้นๆ โดยมีแนวคิดในการออกแบบ ดังนี้

1. แนวคิดจากชื่อจังหวัด โดยนำชื่อของจังหวัดนั้นมาตีความหมายและวาดภาพขึ้น เช่น ภาพกระบี่ไขว้

ในดวงตราประจำจังหวัดกระบี่ ภาพธงชัย หรือธงสามชาย ในดวงตราประจำจังหวัดชัยภูมิ เป็นต้น

2. แนวคิดจากปูชนียวัตถุสถาน หรือโบราณวัตถุสถานสำคัญของจังหวัด โดยนำภาพปูชนียวัตถุสถาน หรือโบราณวัตถุสถานสำคัญของจังหวัด ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีทั่วไปมาบรรจุเป็นประธานส่วนหนึ่งภายในดวงตรา เช่น ภาพพระปฐมเจดีย์ ในดวงตราจังหวัดนครปฐม และภาพพระนครคีรีหรือเขาวัง ในดวงตราประจำจังหวัดเพชรบุรี เป็นต้น

3. แนวคิดจากประวัติหรือตำนานเมือง โดยนำส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์หรือตำนานมาผูกเป็นดวงตราประจำจังหวัด เช่น ภาพท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ในดวงตราประจำจังหวัดภูเก็ต ภาพพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชแห่งพม่า ในดวงตราประจำจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น

4. แนวคิดจากสถานที่ทางธรรมชาติซึ่งเป็นที่รู้จักแพร่หลาย โดยเลือกเอาสถานที่ทางธรรมชาติมาผูกเป็นดวงตราประจำจังหวัด เช่น ภาพเขาสามมุข ในดวงตราประจำจังหวัดชลบุรี ภาพเกาะเสม็ด ในดวงตราประจำจังหวัดระยอง เป็นต้น

5. แนวคิดจากอาชีพหรือความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรของจังหวัด โดยเลือกแสดงภาพอาชีพหรือทรัพยากรนั้นๆ เช่น ภาพเรือขุดแร่ ในดวงตราประจำจังหวัดพังงา ภาพต้นยาสูบ ในดวงตราประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นต้น

หลังจากที่กรมศิลปากรออกแบบดวงตราประจำจังหวัดแล้ว จังหวัดต่างๆ ได้นำดวงตราไปใช้ในปี 2485 ต่อมาเพื่อให้ดวงตราของแต่ละจังหวัดมีความชัดเจนยิ่งขึ้นว่าเป็นของจังหวัดใด กรมศิลปากรจึงได้ออกแบบเพิ่มเติมให้ โดยเพิ่มแถบชื่อจังหวัดหรือบางดวงได้เพิ่มทั้งรูปครุฑและแถบชื่อไว้ด้วยกัน โดยวางตำแหน่งของครุฑหรือแถบชื่อตามความเหมาะสมของลักษณะตราแต่ละดวง

ต่อมามีบางจังหวัดต้องการเปลี่ยนแปลงแบบดวงตราใหม่เพื่อความเหมะสมยิ่งขึ้น และได้ขอให้กองหัตถศิลป กรมศิลปากร ออกแบบให้ใหม่ เช่น จังหวัดยโสธร จังหวัดราชบุรี จังหวัดอุทัยธานี เป็นต้น บางจังหวัดได้มอบให้กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทยแก้ไข หรือออกแบบขึ้นเอง ดังนั้น จึงมีหลายจังหวัดที่ยังใช้ตราประจำจังหวัดตามแบบเดิมที่กรมศิลปากรออกแบบให้เมื่อปี 2483 และมีดวงตราของหลายจังหวัดที่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับจังหวัดที่มีพระราชบัญญัติจัดตั้งขึ้นใหม่ในปัจจุบันนั้น กรมศิลปากรได้ออกแบบให้เฉพาะบางจังหวัดที่ขอความร่วมมือเท่านั้น

ในปี 2520 นายนพวัฒน์ สมพื้น หัวหน้างานศิลประยุกต์ กองหัตถศิลป กรมศิลปากร ได้มอบหมายให้นายพินิจ สุวรรณะบุณย์ นำแบบดวงตราประจำจังหวัดที่ออกแบบไว้มากำหนดสี และมอบให้ช่างศิลปกรรมช่วยกันลอกแบบของเดิมพร้อมทั้งระบายสี เพื่อจัดพิมพ์หรือส่งเป็นตัวอย่างแก่จังหวัดที่ต้องการ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปลายปี 2520 จนถึงต้นปี 2521

นับตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2325 ซึ่งเป็นวันแห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ผ่านมาถึงปัจจุบัน พุทธศักราช 2563 รวมระยะเวลากว่า 238 ปี ดังนั้นเพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองในวาระใต้ร่มพระบารมี 238 ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติจึงนำภาพแบบดวงตราประจำจังหวัดมาเผยแพร่ในลักษณะนิทรรศการออนไลน์โดยนำเสนอแบบดวงตราประจำจังหวัดที่มีเก็บรักษาไว้ที่สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งเป็นแบบดวงตราประจำจังหวัดเฉพาะที่กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ และนำเสนอในแบบที่ได้มีการระบายสีแล้ว มีเพียงจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีเท่านั้นที่นำเสนอในรูปแบบลายเส้น ซึ่งนิทรรศการออนไลน์นี้สามารถชมได้ทางเว็บไซต์ของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ www.nat.go.th โดยจะเปิดให้ชมครั้งแรกในวันที่ 9 มิถุนายน 2563

เรียบเรียง: นางสาวสาคร พิพวนนอก นักจดหมายเหตุชำนาญการ