Page 233 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 233

วันเสาร์ ที่ ๑๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔

            เรื่อง   ประกาศข้อกำาหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์
                   ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๓) ปรับระดับการกำาหนดเขตพื้นที่สถานการณ์ และผ่อนคลาย
                   มาตรการควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) มีผลตั้งแต่วันจันทร์

                   ที่ ๑๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
                     ประกาศข้อกำาหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
            (ฉบับที่ ๒๓) มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันจันทร์ ที่ ๑๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ มีสาระสำาคัญดังนี้
                     “ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันอังคาร ที่ ๒๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
            และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นระยะอย่างต่อเนื่องจนถึงวันจันทร์ ที่ ๓๑ พฤษภาคม
            พุทธศักราช ๒๕๖๔ นั้น จากการประเมินสถานการณ์คาดว่าแม้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ จะยังคงมีอยู่อีกระยะหนึ่ง

            แต่จากการที่รัฐบาลได้ดำาเนินมาตรการตรวจคัดกรองเชิงรุกเพิ่มขึ้น ประกอบกับการเร่งรัดดำาเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน ทำาให้สถานการณ์
            มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเป็นลำาดับ จึงสมควรผ่อนคลายมาตรการควบคุมบางกรณี เพื่อให้การดำาเนินชีวิตของประชาชนและการขับเคลื่อนกิจกรรม
            ทางเศรษฐกิจและสังคมสามารถดำาเนินไปได้อย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับมาตรการด้านสาธารณสุข
                     อาศัยอำานาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และมาตรา ๑๑
            แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๕ นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำาหนดและข้อปฏิบัติขึ้นไว้ดังต่อไปนี้
                     ข้อ ๑ ข้อปฏิบัติในการสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าอย่างถูกวิธีตามข้อแนะนำาของกระทรวงสาธารณสุข เมื่ออยู่นอก
            เคหสถานหรือเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่หรือรับเชื้อ
                     ข้อ ๒ การกำาหนดพื้นที่สถานการณ์ ปรับระดับการกำาหนดเขตพื้นที่สถานการณ์เพื่อการบังคับใช้มาตรการควบคุมแบบบูรณาการ
            จำาแนกตามเขตพื้นที่สถานการณ์ ดังนี้
                       (๑)  พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้พื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ
            รวม ๔ จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
                       (๒)  พื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้พื้นที่จังหวัด รวม ๑๗ จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด
                       (๓)  พื้นที่ควบคุม ให้พื้นที่จังหวัด รวม ๕๖ จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมจังหวัดในเขตพื้นที่สถานการณ์ตาม (๒) และ (๓) ให้เป็นไป
            ตามที่กำาหนดในบัญชีรายชื่อจังหวัดตามเขตพื้นที่สถานการณ์แนบท้ายข้อกำาหนดนี้
                     ข้อ ๓ มาตรการควบคุมแบบบูรณาการจำาแนกตามพื้นที่สถานการณ์ที่จำาเป็นอย่างเร่งด่วน
                       สำาหรับสถานที่ กิจการ หรือกิจกรรม เพื่อให้สามารถเปิดดำาเนินการได้ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบและระเบียบ
            รวมทั้งมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำาหนด
                       (๑)  พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

                            ก.  ร้านจำาหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้บริโภคอาหารและเครื่องดื่มในร้านได้ไม่เกินเวลา ๒๑ นาฬิกา โดยจำากัดจำานวน
            ผู้นั่งบริโภคในร้านได้ไม่เกินร้อยละ ๒๕ ของจำานวนที่นั่งปกติ ห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน และให้จำาหน่ายอาหาร
            และเครื่องดื่มในลักษณะของการนำาไปบริโภคที่อื่นได้จนถึงวลา ๒๓ นาฬิกา ทั้งนี้ ให้ผู้ประกอบการจัดให้มีมาตรการคัดกรองผู้เกี่ยวข้อง
            การจัดระเบียบผู้เข้าใช้บริการ และการเว้นระยะห่างตามคำาแนะนำาและมาตรการที่ทางราชการกำาหนด
                            ข.  โรงเรียนและสถาบันการศึกษาทุกประเภท ให้งดใช้อาคารหรือสถานที่เพื่อการจัดการเรียนการสอน การสอบ
            การฝึกอบรม หรือการทำากิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำานวนมาก และมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่ายทำาให้เสี่ยงต่อการแพร่โรค
            เว้นแต่เป็นกรณีที่กำาหนดไว้ในข้อ ๑ แเห่งข้อกำาหนด (ฉบับที่ ๒๐) ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๔
                       (๒)  พื้นที่ควบคุมสูงสุด
                            ก.  ร้านจำาหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้บริโภคอาหารและเครื่องดื่มในร้านได้ไม่เกินเวลา ๒๓ นาฬิกา โดยห้ามการ
            บริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน ทั้งนี้ ให้ผู้ประกอบการจัดให้มีมาตรการคัดกรองผู้เกี่ยวข้อง การจัดระเบียบผู้เข้าใช้บริการ
            และการเว้นระยะห่างตามคำาแนะนำาและมาตรการที่ทางราชการกำาหนด
                            ข.  โรงเรียนและสถาบันการศึกษาทุกประเภท ให้สามารถใช้อาคารหรือสถานที่ เพื่อการจัดการเรียนการสอน การสอบ
            การฝึกอบรม หรือการทำากิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำานวนมากได้ โดยให้พิจารณาตามความจำาเป็น และดำาเนินการตาม
            มาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำาหนด ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัด โดยคำาแนะนำาของคณะกรรมการ

            โรคติดต่อกรุงเทพมหานครหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแล้วแต่กรณี กำาหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่
            เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จัดกิจกรรมและสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบ

                                                                                   เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ 223
   228   229   230   231   232   233   234   235   236   237   238