Page 228 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 228
โรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ได้แก่ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี จำานวน ๑๐ เครื่อง
โรงพยาบาลราชวิถี จำานวน ๑๐ เครื่อง โรงพยาบาลปทุมธานี จำานวน ๑๕ เครื่อง โรงพยาบาลสมุทรปราการ จำานวน ๑๐ เครื่อง
โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จำานวน ๕ เครื่อง โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำานวน ๕ เครื่อง โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา
จังหวัดกาญจนบุรี จำานวน ๕ เครื่อง
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : มูลนิธิชัยพัฒนา
วันพุธ ที่ ๑๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง กรมราชทัณฑ์แถลงพบผู้ต้องขังติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ในเรือนจำาและทัณฑสถาน
กรมราชทัณฑ์แถลงกรณีพบผู้ต้องขังติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ในเรือนจำาและทัณฑสถาน เนื่องจากต้องรับตัว
ผู้ต้องขังเข้าใหม่และนำาผู้ต้องขังออกศาลอยู่เสมอ จึงอาจมีการหลุดรอดของเชื้อเข้าสู่เรือนจำาและทัณฑสถานได้ กรมราชทัณฑ์ได้ป้องกันอย่าง
เต็มที่ด้วยมาตรการเชิงรุก คือ แยกกักตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่อย่างน้อย ๒๑ วัน พร้อมตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) จำานวน ๒ ครั้ง
ก่อนผู้ต้องขังพ้นระยะแยกกักโรค ผู้ต้องขังที่ตรวจพบเชื้อจะได้รับการรักษาโดยการให้ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ทั้งในโรงพยาบาลสนาม
เรือนจำาและโรงพยาบาลแม่ข่ายตามลักษณะอาการป่วยของแต่ละราย
นอกจากนี้ กรมราชทัณฑ์ได้ตรวจเชิงรุกเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังทั้งหมด พบการติดเชื้อ เช่น เรือนจำาพิเศษกรุงเทพมหานคร มียอด
ผู้ติดเชื้อรวม ๑,๗๙๕ ราย ทัณฑสถานหญิงกลาง มียอดผู้ติดเชื้อรวม ๑,๐๔๐ ราย รวมทั้งหมด ๒,๘๓๕ ราย ซึ่งทุกรายอยู่ระหว่างการรักษา
ตัวที่โรงพยาบาลสนาม ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ในรายที่มีอาการหนักจะย้ายออกเพื่อรับการรักษายังโรงพยาบาลภายนอก ในเรือน
จำาและทัณฑสถานมีแดนกักโรคและโรงพยาบาลสนาม โดยมีแพทย์และพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด การให้ยารักษาและการดูแลทุกอย่างเป็นไป
ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งมีการวางแผนจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) สำาหรับผู้ต้องขังด้วย
กรมราชทัณฑ์ได้ดำาเนินการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) เชิงรุกแก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง ซึ่งทัณฑสถาน
โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ตรวจคัดกรองด้วยวิธี RT - PCR ไป แล้วกว่า ๑๗,๐๐๐ ครั้ง ทำาให้คัดแยกผู้ติดเชื้อไปรักษาได้รวดเร็ว สามารถแยก
ผู้ต้องขังกลุ่มเสี่ยงออกมากักตัวเพื่อสังเกตอาการได้เป็นอย่างดี
วันจันทร์ ที่ ๑๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ กรมราชทัณฑ์แถลงว่า พบผู้ต้องขังติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)
ในเรือนจำาและทัณฑสถาน จำานวน ๘ แห่ง ได้แก่ เรือนจำากลางเชียงใหม่ เรือนจำาพิเศษกรุงเทพมหานคร ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำากลาง
คลองเปรม เรือนจำาพิเศษธนบุรี เรือนจำากลางฉะเชิงเทรา ทัณฑสถานบำาบัดพิเศษกลาง และเรือนจำาจังหวัดนนทบุรี จำานวนผู้ต้องขังทั้งหมด
๓๗,๕๔๗ ราย มีผู้ต้องขังที่ติดเชื้ออยู่ในระหว่างการรักษารวม ๑๐,๒๒๖ ราย แยกเป็นผู้ต้องขังกลุ่มสีแดง ๖๓ ราย ต้องใส่ท่อช่วยหายใจรักษา
อาการที่โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ ๓ ราย รักษาอยู่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ๙ ราย โดยใช้ Oxygen Canular ๑ ราย
ใช้ Oxygen Mask with Bag ๑ ราย ใช้ Oxygen High Flow ๗ ราย ผู้ต้องขังกลุ่มสีเหลือง ๘๘๔ ราย ผู้ต้องขังกลุ่มสีเขียว ๙,๒๗๙ ราย
ยังไม่มีผู้ต้องขังเสียชีวิต นอกจากนี้ มีเจ้าหน้าที่ติดเชื้อสะสม ๓๒ ราย รักษาหายแล้ว ๑๕ ราย อยู่ในระหว่างการรักษา ๑๗ ราย
วันพฤหัสบดี ที่ ๒๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ กรมราชทัณฑ์แถลงว่า พบการติดเชื้อและการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ในเรือนจำาและทัณฑสถานทั่วประเทศ ๑๔๓ แห่ง พบผู้ต้องขังติดเชื้อรวมทั้งสิ้น ๑๓,๕๓๔ ราย ในเรือนจำา
และทัณฑสถาน จำานวน ๑๑ แห่ง ได้แก่ เรือนจำากลางเชียงใหม่ เรือนจำาพิเศษกรุงเทพมหานคร ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำากลางคลองเปรม
เรือนจำาพิเศษธนบุรี เรือนจำากลางฉะเชิงเทรา ทัณฑสถานบำาบัดพิเศษกลาง เรือนจำาจังหวัดนนทบุรี เรือนจำากลางบางขวาง เรือนจำาพิเศษมีนบุรี
และเรือนจำากลางสมุทรปราการ
วันจันทร์ ที่ ๒๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ กรมราชทัณฑ์แถลงว่า พบผู้ต้องขังติดเชื้อรวมทั้งสิ้น ๑๕,๓๗๓ ราย มีผู้เสียชีวิต
จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ๑ ราย เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ ๖๒ ปี จากเรือนจำาพิเศษกรุงเทพมหานคร เข้ารับการรักษา
ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ด้วยอาการเหนื่อย ซึม และความดันตำ่า หลังจากเอกซเรย์พบปอดอักเสบและมีภาวะไตวายร่วมด้วย
แพทย์รักษาตามกระบวนการแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยสูงอายุและมีอาการรุนแรง จึงเสียชีวิต
วันพุธ ที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ กรมราชทัณฑ์แถลงว่า พบผู้ต้องขังติดเชื้อรวมทั้งสิ้น ๑๗,๑๓๘ ราย ในเรือนจำา
และทัณฑสถาน จำานวน ๑๔ แห่ง มีผู้ต้องขังที่เสียชีวิตจำานวน ๓ ราย รายแรกเป็นผู้ต้องขังชายอายุ ๖๒ ปี จากเรือนจำากลางเชียงใหม่ เข้ารับ
การรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์ เมื่อวันอังคาร ที่ ๑๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ด้วยอาการหายใจเหนื่อย อ่อนเพลีย กระทั่งเสียชีวิต
เมื่อวันอังคาร ที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ รายที่ ๒ เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ ๖๔ ปี จากเรือนจำาพิเศษธนบุรี พบติดเชื้อเมื่อวันเสาร์
ที่ ๑๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เข้ารับการรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เสียชีวิตวันพุธ ที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
และรายสุดท้ายเป็นผู้ต้องขังชาย อายุ ๔๗ ปี จากเรือนจำาพิเศษกรุงเทพมหานคร พบติดเชื้อเมื่อวันจันทร์ ที่ ๑๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
และเสียชีวิตวันพุธ ที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กรมราชทัณฑ์
218 จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔

