Page 231 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 231
โรงพยาบาลบุษราคัมสามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ ๑,๒๐๐ คน และสามารถเพิ่มเติมได้ ๓,๐๐๐ - ๕,๐๐๐ เตียง รองรับ
ผู้ป่วยสีเหลืองที่เล็กน้อยจนถึงปานกลาง ทั้งจากโรงพยาบาลสนาม และสายด่วนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หากผู้ป่วยมีอาการหนัก
จะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีความพร้อม มีเจ้าหน้าที่หมุนเวียนปฏิบัติงานรวม ๗๘๐ คน
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กระทรวงสาธารณสุข
วันศุกร์ ที่ ๑๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง สำานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอนุมัติยารักษามะเร็ง จำานวน ๓ รายการ พร้อมบรรจุ
สิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อลดความเสี่ยงจากการรับเชื้อในโรงพยาบาล
ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)
ภาพ : https://www.nhso.go.th/news/3088
สำานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอนุมัติยารักษามะเร็ง จำานวน ๓ รายการ ประกอบด้วย ยาเคปไซตาบีน ชนิดเม็ด
(Capecitabine /tab) ยาออกซาลิพลาติน ชนิดฉีด (Oxaliplatin /injection) และยาอิริโนทีแคน HCL ชนิดฉีด (Irinotecan HCl /injection)
พร้อมบรรจุสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) เพื่อลดความเสี่ยงจากการรับเชื้อในโรงพยาบาลช่วงสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)
ยาเคปไซตาบีน ชนิดเม็ด เป็นยารักษาโรคมะเร็งลำาไส้แบบรับประทาน ซึ่งมีประสิทธิผลการรักษาคงเดิม นอกจากนี้ ยังใช้
รักษาผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งเต้านม ยาออกซาลิพลาติน ชนิดฉีด เป็นยารักษาโรคมะเร็งลำาไส้และมะเร็งกระเพาะอาหาร
และยาอิริโนทีแคน HCL ชนิดฉีด เป็นยารักษามะเร็งลำาไส้ใหญ่ ยาทั้ง ๓ รายการผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลัก
แห่งชาติแล้ว สำานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอนุมัติบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ใช้บัตรทองเพื่อใช้ทดแทนยาเดิม นอกจากมี
ประสิทธิผลที่ดีขึ้นแล้ว ค่าใช้จ่ายรักษายังถูกลงกว่าเดิมด้วย โดยยาเคปไซตาบีนใช้รักษาร่วมกับยาออกซาลิพลาติน จะช่วยลดระยะเวลา
การนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ จาก ๑ คืน เหลือเพียง ๒ ชั่วโมง และผู้ป่วยจะได้รับยาเคปไซตาบีน ชนิดเม็ด กลับไปรับประทานที่บ้าน
เพื่อให้ผู้ป่วยรักษาตัวที่บ้านได้ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) จากเดิมต้องมานอนรับเคมีบำาบัดที่โรงพยาบาล
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
วันเสาร์ ที่ ๑๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง ตำารวจกองบังคับการกองปราบปรามแถลงผลการสนธิกำาลังปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ๙ จุด
ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก กับพวก ร่วมกัน
ฉ้อโกงประชาชนโดยกำาหนดผลตอบแทนสูงเกินความเป็นจริง มูลค่าความเสียหายกว่า ๑ พันล้านบาท
พลตำารวจตรี จิรภพ ภูริเดช รองผู้บัญชาการตำารวจสอบสวนกลาง หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน มีคำาสั่งสนธิกำาลังเจ้าหน้าที่ตำารวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กองบังคับการปราบปราม
การกระทำาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม
ทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ร่วมกันทลายเครือข่ายผู้ต้องหาหลอกลวงนักลงทุนกว่า ๑,๐๐๐ ราย ให้ร่วมลงทุนโดยกำาหนดผลตอบแทนสูง
เกินความเป็นจริง มีมูลค่าความเสียหายกว่า ๑ พันล้านบาท เนื่องจากรูปแบบในการก่อเหตุของกลุ่มผู้ต้องหามีความยุ่งยาก สลับซับซ้อน
มีลักษณะการกระทำาความผิดในรูปของขบวนการ หรือกลุ่มบุคคล และมีมูลค่าความเสียหายจำานวนมาก จึงถือว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีที่มี
ความสำาคัญ
เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ 221

