Page 232 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 232
สืบเนื่องมาจากได้มีกลุ่มผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองกำากับการ ๔ กองบังคับการปราบปราม
การกระทำาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจว่าถูกนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ผู้ต้องหากับพวก ร่วมกันชักชวนให้ผู้เสียหายร่วมลงทุน
ในหลายรูปแบบ กำาหนดผลตอบแทนเป็นกำาไรที่สูงเกินความเป็นจริงที่บริษัทจะสามารถประกอบกิจการนำาเงินในส่วนของผลกำาไรมาจ่าย
ผู้เสียหายได้ ซึ่งเป็นการจูงใจให้ผู้เสียหายหลงเชื่อเป็นจำานวนมาก ต่อมาภายหลังกลุ่มผู้ต้องหาไม่สามารถจ่ายผลตอบเเทนและคืนเงินลงทุน
ให้ผู้เสียหายได้ตามกำาหนด ผู้เสียหายได้ติดต่อทวงถามขอเงินต้นที่ร่วมลงทุนคืนแต่ได้รับการบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา ผู้เสียหายจึงรวมกลุ่มกันมา
แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำาเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า มีผู้เสียหายและนักลงทุนที่ถูกหลอกลวงให้ร่วมลงทุนกว่า ๑,๐๐๐ ราย มีเงินหมุนเวียนกว่า
๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยกลุ่มผู้ต้องหามีรูปแบบการชักชวนให้ลงทุนหลายรูปแบบ ดังนี้
รูปแบบที่ ๑ เป็นการชักชวนให้ผู้เสียหายนำาบัตรเครดิตหรือเงินสด มาลงทุนซื้อแพ็กเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ของผู้ต้องหา ในกรณีที่
ผู้ลงทุนไม่ประสงค์จะใช้เเพ็กเกจทัวร์ดังกล่าวสามารถนำาเงินมาลงทุนหมุนเวียนกับทางบริษัทในรูปแบบอื่นได้ ในส่วนของผลตอบแทนจะ
เป็นไปตามที่บริษัทนำาเสนอโดยมีรูปแบบการลงทุน ทั้งแบบ ๓ เดือน ๖ เดือน หรือ ๑๐ เดือน
รูปแบบที่ ๒ เป็นการชักชวนให้ลงทุนโดยให้โอนเงินฝากเข้าบัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์การค้าธุรกิจบริการและผลิตภัณฑ์ผสมผสาน
ของผู้ต้องหา โดยอ้างว่าผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนร้อยละ ๑๑.๕ - ๑๕ ต่อการลงทุนในระยะเวลา ๓๙ วัน
รูปแบบที่ ๓ เป็นการชักชวนให้ลงทุนซื้อทองคำาจากร้านจำาหน่ายทองคำาทั่วไป และให้นำาทองคำาพร้อมใบเสร็จมาลงทุน
ตามกิจกรรมส่งเสริมการขายของบริษัท ยอดการลงทุนคำานวณจากราคาทองคำาตามที่ระบุในใบเสร็จ และมีการเสนอผลกำาไรร้อยละ ๔๓.๕
โดยจะแบ่งจ่ายกำาไรเป็น ๒ งวด พร้อมกับแบ่งจ่ายคืนเงินต้นเป็นงวด ๆ รวม ๑๐ งวด
รูปแบบที่ ๔ เป็นการชักชวนให้ลงทุนเงินสดหรือทองคำาในระบบกองทุนส่วนตัวของนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก เป็นระยะเวลา ๒๑ วัน
เสนอผลตอบแทนร้อยละ ๙.๕ โดยให้ผู้ลงทุนโอนเงินเข้าบัญชีนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก หรือบัญชีบริษัทของผู้ต้องหา กรณีเป็นบัตรเครดิต
ผู้ลงทุนจะต้องนำาบัตรเครดิตไปรูดซื้อทองคำาจากร้านจำาหน่ายทองคำาทั่วไป พร้อมนำาทองคำาและใบเสร็จมาทำาสัญญากับบริษัทของผู้ต้องหา
รูปแบบที่ ๕ เป็นการชักชวนให้ลงทุนซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมจากร้านในเครือข่ายของผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหาจะเสนอให้ผู้ซื้อ
ปล่อยเช่ากระเป๋า โดยเสนอผลตอบแทนประมาณร้อยละ ๔๓.๕ ต่อ ๑๐ เดือน ของราคากระเป๋าที่ลงทุน ผลตอบแทนทางร้านค้าจะแบ่งจ่าย
เป็นจำานวน ๒ ครั้ง พร้อมกับจ่ายเงินค่ากระเป๋าที่ลงทุน เป็นงวด ๆ รวม ๑๐ งวด
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำารวจได้สืบสวนสอบสวนจนทราบแกนนำาเครือข่ายหลอกลวงนักลงทุน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติ
ศาลอาญาออกหมายจับนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก กับพวก ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
รวมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำานวน ๖ ราย โดยในวันพฤหัสบดี ที่ ๑๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เจ้าหน้าที่ตำารวจกองบังคับการปราบ
ปราม กองบังคับการปราบปรามการกระทำาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำาความผิด
เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สนธิกำาลังตรวจค้นเป้าหมายทั้งหมด ๙ จุด จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำานวน ๔ ราย ดังนี้
๑. นางสาวณัฐวรรณ อุตตมะปรากรม อายุ ๓๓ ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ ๗๕๑/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔
๒. นางสาวสิริมา เนาวรัตน์ อายุ ๓๗ ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ ๗๕๔/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔
๓. นายกิตติวัฒน์ อ่วมอารีย์ อายุ ๔๐ ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ ๗๕๒/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔
๔. พันโท แพทย์หญิงอมราภรณ์ วิเศษสุข อายุ ๓๔ ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ ๗๔๗/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๒
พฤษภาคม ๒๕๖๔
นอกจากนี้ในระหว่างการตรวจค้นจับกุม เจ้าหน้าที่ตำารวจได้จับกุมนายวิมกริช วงศ์วิเศษศิริ อายุ ๓๓ ปี ในความผิดตามพระราช
บัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้ปืน และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ พร้อมกับนางสาวณัฐวรรณ อุตตมะปรากรม ซึ่ง
เป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ และตรวจยึดพยานเอกสารพร้อมพยานหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำาความผิดและเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอีก
จำานวนหลายรายการ หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำารวจจึงได้นำาตัวผู้ต้องหาพร้อมพยานหลักฐาน นำาส่งพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบ
ปรามการกระทำาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจดำาเนินการตามกฎหมายต่อไป
ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีการจับกุมอีก ๒ ราย คือ
๑. นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก อายุ ๔๕ ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ ๗๔๙/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔
๒. นายกิตติศักดิ์ เย็นนานนทน์ อายุ ๕๕ ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ ๗๕๐/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔
เจ้าหน้าที่ตำารวจจะเร่งดำาเนินการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหามาดำาเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนของผู้ลงทุนที่ได้รับความเสียหายจาก
การกระทำาของกลุ่มผู้ต้องหา สามารถนำาพยานหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองกำากับการ ๔ กองบังคับการปราบปราม
การกระทำาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักงานตำารวจแห่งชาติ
222 จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔

