Page 237 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 237

ออนแอร์เท่านั้น และต้องขออนุญาตจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ประจำาจังหวัดด้วย

            ทั้งนี้ ถึงแม้โรงเรียนจะเปิดไม่พร้อมกัน แต่ต้องปิดเทอมพร้อมกันในวันศุกร์ ที่ ๑๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เพื่อไม่ให้กระทบกับปฏิทิน
            การสอบต่าง ๆ โดยโรงเรียนจะต้องบริหารเรื่องการเรียนชดเชยให้แก่นักเรียนเอง

            หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กระทรวงศึกษาธิการ

            วันอังคาร ที่ ๑๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔

            เรื่อง   คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบอนุมัติพระราชกำาหนดให้อำานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา
                   เศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ครั้งที่ ๓

                   จำานวน ๗ แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการดูแลเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคมในสถานการณ์การแพร่
                   ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)
                     กระทรวงการคลังเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอการออกพระราชกำาหนดกู้เงิน ๗ แสน

            ล้านบาทเพิ่มเติม เนื่องจากพระราชกำาหนดกู้เงิน ๑ ล้านล้านบาท ยังมีกรอบวงเงินกู้คงเหลือ ๑๖๖,๕๒๕ ล้านบาท และจากการระบาด
            ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ระลอกใหม่ในเดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ จำาเป็นต้องนำาเงินส่วนที่เหลือไปใช้ดูแล
            ประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจอีกประมาณ ๑.๕ แสนล้านบาท จึงทำาให้มีวงเงินคงเหลือจำานวน ๑๖,๕๒๕ ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รัฐบาล
            มีความจำาเป็นเร่งด่วนที่จะต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)
            ให้อยู่ในวงจำากัด และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากการระบาดระลอกใหม่ แต่แหล่งเงินงบประมาณที่สามารถ
            นำามาใช้มีข้อจำากัด จึงเสนอคณะรัฐมนตรีออกพระราชกำาหนดกู้เงินเพิ่มเติม ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ ที่ ๑๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
            กระทรวงการคลังได้เรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำากับบริหารหนี้สาธารณะ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๔ เพื่อพิจารณาในเรื่องดังกล่าวแล้ว
            ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ
                     พระราชกำาหนดให้อำานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
            ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ครั้งที่ ๓ จำานวน ๗ แสนล้านบาท ประกอบด้วยวงเงิน ๓ ด้าน ได้แก่ (๑) วงเงิน ๓ หมื่นล้านบาท ให้กระทรวง
            สาธารณสุขนำาไปใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรค วัคซีน ปรับปรุงสถานพยาบาล และการวิจัยพัฒนา
            วัคซีนภายในประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดระลอกใหม่ (๒) วงเงิน ๔ แสนล้านบาท ให้กระทรวงการคลังนำาไปใช้ช่วยเหลือ เยียวยา หรือ
            ชดเชยให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และ (๓) วงเงิน ๒.๗ หมื่นล้านบาท ให้กระทรวงการคลังนำาไปใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ
            และสังคม เพื่อรักษาระดับการจ้างงาน กระตุ้นการลงทุน และการบริโภคในประเทศ ทั้งนี้ กรอบเวลาการกู้เงินเพื่อใช้จ่ายได้ถึงเดือนกันยายน

            พุทธศักราช ๒๕๖๕ และคาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ ขยายตัวเพิ่มอีกร้อยละ ๑.๕
                     อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการแล้ว จะต้องมีการพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม
            รวมถึงส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาด้วย ซึ่งอาจปรับเปลี่ยนวงเงินกู้จาก ๗ แสนล้านบาทได้อีก แต่จะไม่มีผลกระทบต่อหนี้สาธารณะ
            ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ซึ่งจะอยู่ที่ร้อยละ ๕๘ เป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลัง แต่พุทธศักราช ๒๕๖๕ คาดว่าหนี้จะเกินกรอบเป้าหมาย
            ร้อยละ ๖๐ แต่ในสถานการณ์ไม่ปกติ รัฐบาลสามารถขยายกรอบหนี้สาธารณะเพิ่มอีกได้

            หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กระทรวงการคลัง

            วันพุธ ที่ ๑๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔

            เรื่อง   กรุงเทพมหานครเปิดโรงพยาบาลสนามแห่งที่ ๖ เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
                   (โควิด - ๑๙) ที่ไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการน้อย ที่วัดศรีสุดาราม เขตบางกอกน้อย















                                        ภาพ : http://www.rpphosp.go.th/rpphosp2/?p=1386

                                                                                   เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ 227
   232   233   234   235   236   237   238   239   240   241   242