Page 372 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 372

๑๓๗๐             จดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
                       มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร




                    การประดับกระจก

                    การประดับกระจกมีจุดประสงคในการตกแตงสิ่งตาง ๆ ใหมีความงามเพิ่มเติมขึ้น จําแนกเปน ๕ ประเภท ดังนี้
            การประดับกระจกประเภทพื้นลาย เปนการประดับกระจกทําใหเกิดลวดลายขึ้นบนพื้นราบ กึ่งราบ หรือโคง
            ลักษณะผิวหนาของชิ้นกระจกอยูในระดับเสมอกัน

                    การประดับกระจกลองลายประเภทลองกระจก เปนการประดับกระจกลงในลองที่เปนชองไฟ ระหวางลวดลาย
            งานแกะสลักไม หรืองานปนปูนที่ลงรักปดทองประดับกระจก โดยประสงคใชกระจกสี เชน สีคราม สีเขียว ชวยขับลวดลาย
            ปดทองคําเปลวใหดูเดนขึ้น เรียกวา “ลองกระจก”

                    การประดับกระจกประเภทลายยา เปนการกําหนดลวดลายลงบนชิ้นงานโดยประดับกระจกสีตาง ๆ ที่ไดรับ
            การตัดแบงเปนชิ้น ตามแบบลวดลายและขนาดที่กําหนดลงในลองลายตื้น ๆ ซึ่งไดขุดควักลงบนผิวชิ้นงาน แลวปดทอง
            ลงบนผิวชิ้นงานทําใหปรากฏลวดลายของกระจกสีไดเดนชัดขึ้น งาน “ประดับกระจกลายยา” นี้ยอมาจากคําวา

            “กระยารงค” แปลวา “สีสําหรับวาดเขียน” และ การเรียกงานประดับกระจกประเภทนี้วา “ลายยา” ก็เปนไปในเชิง
            เปรียบเทียบวา ลวดลายประดับดวยกระจกสีตางสีที่ปรากฏบนพื้นสีทองนั้นแลดูคลายกันกับลวดลายเขียนดวย
            กระยารงค หรือกระยาสี คือเครื่องสีนั่นเอง

                    การประดับกระจกประเภทแกมเบื้อ เปนการประดับกระจกสีรวมกับงานประดับมุก เพื่อเพิ่มเติมสีสันใหสวยงาม
            แกงานประดับมุก
                    การประดับกระจกประเภทแวว เปนการติดกระจกทําเปนแวว สอดประดับตกแตงในตัวลายแบบตาง ๆ ดวย

            การตัดกระจกเปนรูปหยดนํ้า กลม ปดเปนไสลายกระจัง ลายใบเทศ หรือ ลายดอกมะเขือ เปนตน
                    วัสดุและชนิดของกระจก

                    กระจกสีที่ใชประดับตกแตงงานประณีตศิลปมี ๔ ชนิด คือ

                    กระจกเกรียบ เปนกระจกสีที่ฉาบอยูบนแผนดีบุก มีชนิดแผนบางและแผนหนา ใชประดับตกแตงสิ่งของที่อยู
            ในรมและกลางแจง ชนิดแผนบางจะประดับงานที่ตองการลวดลายที่ละเอียดประณีต เชน แววเครื่องศิราภรณ โขน
            ละคร ลายทองแผลวด เครื่องสูง ราชวัติ ฉัตร ธง ตะลุม พานแวนฟา โตะ แทนฐานตาง ๆ ชนิดแผนหนาจะใชประดับ
            ตกแตงลวดลายที่ไมละเอียดมาก เชน ชอฟา ใบระกา หางหงส หนาบัน ฯลฯ  กระจกเกรียบเปนกระจกที่นิยมใชประดับ

            ตกแตงกันมาตั้งแตโบราณ ในปจจุบันไมมีการผลิตกระจกเกรียบแลว แตการประดับกระจกยังเปนที่นิยมอยู ชางจึง
            หันมาใชกระจกแกวแทนกระจกเกรียบ โบราณวัตถุที่ประดับตกแตงดวยกระจกเกรียบที่งดงามมีตัวอยางใหเห็นอยูมาก
            ในพิพิธภัณฑสถานแหงชาติ พระนคร เชน ธรรมาสน สังเค็ด ในสมัยอยุธยา พระที่นั่งบุษบกมาลาในพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย
            ในสมัยรัตนโกสินทร

                    กระจกจืน บางก็เรียก แกวอังวะ แกวพุกาม แกวพุกํ่า หรือแกวจืน เนื้อกระจกมีสีและใส สรางขึ้นโดยนําเนื้อ
            กระจกสีฉายลงบนแผนตะกั่วนม (ตะกั่วบริสุทธิ์) มีขนาดใหญสามารถตัดแตงและดัดโคงงอใหรับกับผิวชิ้นงานที่มีลักษณะ

            โคงไดโดยเนื้อกระจกจะแตกลานแตไมหลุดออกจากพื้นตะกั่ว งานประดับกระจกประเภทนี้พบไดตามพระอุโบสถใน
            ภาคเหนือ วิธีการใชงาน ใชกรรไกรตัดใหไดขนาดที่จะประดับลงบนลวดลายดัดใหเขารูปทรงลาย แลวใหตะปูตอกตรึง
            ใหติดกับชิ้นงานซึ่งสวนใหญจะเปนสวนประดับของสถาปตยกรรมไดแก หนาบัน เสาอาคาร เปนตน
                    กระจกหุง เปนกระจกที่มีการผลิตเชนเดียวกับกระจกเกรียบคือฉาบหลังดวยดีบุก แตมีความแตกตางที่

            กระจกหุงจะหลอออกมาเปนรูปทรงตาง ๆ เชน หยดนํ้า ครึ่งทรงกลม เพื่อใหมีมิติสูงขึ้นมาจากพื้นเมื่อประดับบนลวดลาย
            เชน ชองแวว สามารถใหความรูสึกเหมือนประดับดวยอัญมณี ปจจุบันไมมีการผลิตแลวเชนกัน

                    กระจกแกว เปนกระจกสีดานหลังฉาบดวยปรอทเคลือบนํ้ายาเคมี มีลักษณะทั้งเปนแผนเรียบและแผนโคง








                                                            1370
   367   368   369   370   371   372   373   374   375   376   377