Page 165 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 165

การจัดเตรียมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ  ๑๑๖๓
                                                                     พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร




            แนวคิดในการออกแบบทางสถาปตยกรรม

                    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเปนพระมหากษัตริยรัชกาลที่ ๙ แหง

            พระบรมราชวงศจักรี กรุงรัตนโกสินทร ผูออกแบบจึงออกแบบพระเมรุมาศเปนอาคารทรงบุษบก ๙ ยอด ประกอบดวย
            พระเมรุมาศองคประธาน ๑ องค ซาง ๔ หลัง หอเปลื้อง ๔ หลัง รวม ๙ หลัง ตั้งอยูบนชาลาเดียวกันรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
            ยอมุมไมสิบสอง ลดหลั่นกันเปน ๔ ชั้น มีบันไดทางขึ้นทั้ง ๔ ทิศ

                    พระเมรุมาศองคประธาน ทรงบุษบก ยอดบุษบกมีชั้นเชิงกลอน ๗ ชั้น ยอดบนสุดประดิษฐานพระนพปฎล
            มหาเศวตฉัตร ภายในมี พระจิตกาธาน เปนที่ประดิษฐานพระโกศพระบรมศพ ตั้งอยูบนชาลาชั้นบนสุด ผนังทั้งสี่ดาน
            ติดตั้งฉากบังเพลิง มุมทั้งสี่ของชาลาชั้นที่ ๓ เปนที่ตั้งของ ซาง ทรงบุษบก ยอดบุษบกมีชั้นเชิงกลอน ๕ ชั้น และมุมทั้งสี่

            ของชาลาชั้นที่ ๒ เปนที่ตั้งของ หอเปลื้อง ทรงบุษบก ยอดบุษบกมีชั้นเชิงกลอน ๕ ชั้นเชนกัน พระเมรุมาศเมื่อออกแบบ
            แลวเสร็จมีขนาดใหญ ความสูงถึง ๕๐ เมตร ๔๙ เซนติเมตร สวนฐานกวางดานละ ๖๐ เมตร จากพื้นที่ทองสนามหลวง
            ซึ่งกวาง ๑๔๐ เมตร เมื่อรวมอาคารประกอบภายในปริมณฑลพระราชพิธีจึงกินพื้นที่ถึง ๒ ใน ๓ ของทองสนามหลวง
            สมดังที่สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ บรมครูชางสถาปตยกรรมไทย มีรับสั่งไววา
            “พระเมรุมาศใหญเทาไหร สูงเทาไหร ยิ่งถวายพระเกียรติมากขึ้นเทานั้น”

                    การออกแบบตกแตงพระเมรุมาศทางศิลปกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม ยังคงเปนไปตามคติความเชื่อวา
            พระมหากษัตริยทรงเปรียบดั่งพระนารายณอวตาร และคติไตรภูมิ การประดับตกแตงจึงประกอบดวยรูปพระนารายณ

            ปางตาง ๆ พระโพธิสัตว ทาวจตุโลกบาล เทวดา เทพชุมนุม เทพนม ยักษพนม ครุฑ นาค ครุฑยุดนาค สัตวหิมพานต
            สัตวมงคล สระอโนดาต เปนตน
                    นอกจากนี้การออกแบบลานอุตราวัฏ หรือลานพระราชพิธีรอบพระเมรุมาศ ยังเปนการตีความเชิงสัญลักษณ

            ตามผังภูมิจักรวาลตามปรัชญาและคติความเชื่อของไทย พื้นที่การใชสอยตองสามารถรองรับกิจกรรมตาง ๆ ไดดีและ
            ครบถวน รวมถึงการออกแบบองคประกอบภูมิทัศนตาง ๆ โดยรอบที่สื่อความหมายถึงพระราชกรณียกิจในโครงการ
            ตามพระราชดําริตาง ๆ

            แนวคิดในการออกแบบทางภูมิสถาปตยกรรมและภูมิทัศน

                    แนวคิดในการออกแบบภูมิสถาปตยกรรมประกอบพระเมรุมาศ ของคณะทํางานดานภูมิทัศน ประกอบดวย
            นายวโรภาส วงศจตุรภัทร ภูมิสถาปนิกชํานาญการ หัวหนากลุมภูมิสถาปนิก นายพรธรรม ธรรมวิมล ภูมิสถาปนิก
            ชํานาญการ นายภาสกร คําภูแสน ภูมิสถาปนิกปฏิบัติการ และนางเหมือนแกว จารุดุล วชิระเธียรชัย ภูมิสถาปนิก

            ปฏิบัติการ ประกอบดวยแนวคิดหลัก ๔ ดาน คือ
                    ดานขนบธรรมเนียมราชประเพณี การออกแบบพื้นที่ตองตอบสนองตอการใชงานหลักในพระราชพิธี ซึ่งประกอบ
            ดวยความตองการหลายสวน เชน ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเวียนรอบลานอุตราวัฏ ตองมีพื้นที่กวางเพียงพอ และ

            มีจุดหมายตากึ่งกลางหนากระดานที่สังเกตงายเพื่อความสะดวกขณะมีริ้วขบวน ความตอเนื่องของการใชพื้นที่ที่ถูกตอง
            ตามราชประเพณี ดวยการเลือกใชวัสดุและโครงสรางที่แข็งแรงสามารถรองรับกิจกรรมตามราชประเพณีไดอยางสมบูรณ

                    ดานคติความเชื่อในไตรภูมิ ภูมิสถาปตยกรรมพระเมรุมาศเปนการออกแบบพื้นที่เพื่อสื่อความหมายถึง
            ผังภูมิจักรวาล โดยมีพระเมรุมาศ คือ เขาพระสุเมรุ เปนกึ่งกลางจักรวาล บริเวณฐานอาคารเปรียบเสมือนเชิงเขาหิมพานต
            ที่ลอมรอบดวยปาหิมพานตและสัตวหิมพานต บริเวณเขาพระสุเมรุลอมรอบดวยทวีปทั้งสี่ และเนนการใชนํ้าเปน
            องคประกอบหลักในการออกแบบ เพื่อเปนสัญลักษณสื่อถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร
            มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร บริเวณสวนฐานพระเมรุมาศออกแบบใหมีลักษณะเปนสระอโนดาตอยูโดยรอบ

            มีสัตวมงคล คือ ชาง มา โค สิงห ประจําทิศทั้งสี่ มีสายนํ้าไหลออกจากปากหลอเลี้ยงชมพูทวีปและมหานทีสีทันดร









                                                            1163
   160   161   162   163   164   165   166   167   168   169   170