Page 447 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 447
ซึ่งปัจจุบันอัตราการได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องครอบคลุมทุกภูมิภาคในประเทศ รัฐบาลจึงเห็นว่ามีความจำาเป็นที่จะต้องมีการฟื้นฟูประเทศ
เพื่อประโยชน์ด้านการใช้ชีวิตความเป็นอยู่และด้านเศรษฐกิจแก่ประชาชน ในเบื้องต้นจึงเห็นควรให้มีการเปิดพื้นที่นำาร่องด้านการท่องเที่ยว
เพื่อเป็นปัจจัยเอื้อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามาจากต่างประเทศได้มากขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและการจ้างงานใน
ภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจท่องเที่ยวและภาคธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่อง ในการนี้รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมโดยประสาน
ความร่วมมือกับประเทศต้นทางและบูรณาการการทำางานของพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนในการกำาหนดมาตรการรองรับ
เพื่อให้การปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบควบคู่กับการกำาหนดมาตรการ
ทางด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดให้ประชาชนมีความปลอดภัย รวมทั้งสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติและประชาชน
อันจะส่งผลให้การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและสังคมสามารถดำาเนินการควบคู่กับมาตรการด้านสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพดังที่เริ่ม
ปฏิบัติกันในประเทศต่าง ๆ ที่มีสถานการณ์คล้ายคลึงกัน
อาศัยอำานาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และมาตรา ๑๑
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำาหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลายตาม
คำาแนะนำาของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) (ศบค.) ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การกำาหนดพื้นที่นำาร่องด้านการท่องเที่ยว ให้มีการกำาหนดเขตพื้นที่นำาร่อง (Sandbox) ด้านการท่องเที่ยวขึ้น เพื่อการ
ดำาเนินการขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจของประเทศควบคู่กับการกำาหนดมาตรการควบคุมและป้องกันโรคในพื้นที่แบบบูรณาการ โดยพิจารณาถึง
ความเหมาะสม ความพร้อม และบริบทของแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่อการบังคับใช้ให้เหมาะสมและเป็นการเฉพาะจากเขตพื้นที่จังหวัดตามพื้นที่
สถานการณ์
การกำาหนดเขตพื้นที่ใดให้เป็นเขตพื้นที่นำาร่องด้านการท่องเที่ยวตามวรรคหนึ่ง หรือการปรับปรุงเขตพื้นที่นำาร่องด้านการท่องเที่ยว
ดังกล่าว ให้เป็นไปตามคำาสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยน
ได้ตามสถานการณ์
ข้อ ๒ การกำาหนดมาตรการควบคุมแบบบูรณาการในพื้นที่นำาร่องด้านการท่องเที่ยว ให้สถานที่ กิจการ หรือการดำาเนินกิจกรรมใน
เขตพื้นที่นำาร่องด้านการท่องเที่ยว สามารถเปิดดำาเนินการได้ ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบ ระเบียบ และมาตรการป้องกันโรคที่ทาง
ราชการกำาหนด เช่น มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) มาตรการปลอดภัยสำาหรับองค์กร (Covid
Free Setting) รวมทั้งมาตรการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อที่ผู้รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่กำาหนดขึ้นเป็นการเฉพาะ
ข้อ ๓ การยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถาน ให้ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในพื้นที่นำาร่องด้านการท่องเที่ยวซึ่งเดิมเคย
กำาหนดให้เป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จากการจำาแนกจังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์ แต่ได้มีคำาสั่งกำาหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขต
พื้นที่นำาร่องด้านการท่องเที่ยวตามข้อกำาหนดนี้ ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่เวลา ๒๓ นาฬิกาของวันอาทิตย์ ที่ ๓๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
ข้อ ๔ การห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่นำาร่องด้านการท่องเที่ยว ห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มกัน
ของบุคคลที่มีจำานวนรวมกันมากกว่าห้าร้อยคนในเขตพื้นที่นำาร่องด้านการท่องเที่ยว
ให้นำาวิธีปฏิบัติในส่วนของข้อห้ามการจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ขั้นตอนการขออนุญาตจัดกิจกรรม การพิจารณา
อนุญาต รวมทั้งกิจกรรมหรือการรวมกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นให้สามารถจัดได้โดยไม่ต้องขออนุญาตตามข้อ ๔ และข้อ ๕ แห่งข้อกำาหนดออก
ตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๓๐) ลงวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๔
มาใช้บังคับด้วย
ข้อ ๕ การเตรียมความพร้อมของสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นนที่นำาร่องด้านการท่องเที่ยว ในระยะเริ่มแรก
ของการดำาเนินการเปิดเขตพื้นที่นำาร่องด้านการท่องเที่ยว ให้สถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์
คาราโอเกะ ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่นำาร่องด้านการท่องเที่ยวยังคงปิดดำาเนินการไว้ก่อนในช่วงเวลานี้ โดยให้หน่วยงานและผู้ประกอบการเตรียม
ความพร้อมเพื่อการผ่อนคลายมาตรการตามที่ได้ประกาศไว้แล้วในข้อกำาหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหาร
ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๓๕) ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๔ เพื่อให้สามารถเปิดดำาเนินการได้ต่อไปตามแผนและ
กรอบเวลาที่รัฐบาลจะประกาศกำาหนด
ข้อ ๖ การปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ย่อยภายในเขตพื้นที่นำาร่องด้านการท่องเที่ยวและการกำาหนดมาตรการเพิ่มเติมของแต่ละ
จังหวัด ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดโดยความเห็น
ชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด แล้วแต่กรณี เสนอต่อศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - ๑๙ (ศปก.ศบค.) เพื่อตรวจสอบ
กลั่นกรอง และเสนอนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาปรับระดับความเข้มข้นหรือการผ่อนคลายของพื้นที่สถานการณ์ย่อยในระดับท้องที่หรือเขต
อำาเภอที่อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดในความรับผิดชอบของตนได้ตามความจำาเป็นแห่งสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด - ๑๙ ในห้วง
เวลาต่าง ๆ
เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ 437

