Page 451 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 451
ครบรอบ ๔๕ ปี ความสัมพันธ์ ในพุทธศักราช ๒๕๖๕ ที่กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น
ต่อสถานการณ์ที่สำาคัญต่าง ๆ ในภูมิภาคและระหว่างประเทศ เช่น ทะเลจีนใต้ หุ้นส่วนไตรภาคีด้านความมั่นคงระหว่างเครือรัฐออสเตรเลีย
สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา (AUKUS) และสถานการณ์ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
นายกรัฐมนตรีได้เน้นยำ้าถึงการรักษาความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและความเป็นแกนกลางของอาเซียนเพื่อรักษาดุลยภาพทาง
ยุทธศาสตร์ในภูมิภาค โดยดำาเนินการตามแนวทาง ๓ ประการควบคู่กันไป ได้แก่ (๑) การเพิ่มพูนความสัมพันธ์กับภาคีภายนอกของอาเซียน
รวมทั้งรักษาบทบาทนำาในการขับเคลื่อนข้อริเริ่มต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างประชาคมอาเซียนและผลประโยชน์ของอาเซียน ในการนี้
นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ สหราชอาณาจักรได้รับสถานะเป็นคู่เจรจาอันดับที่ ๑๑ ของอาเซียน (๒) การส่งเสริมความเป็นแกนกลางของ
อาเซียนในสถาปัตยกรรมภูมิภาคและใช้ประโยชน์จากมุมมองอาเซียนต่ออินโด - แปซิฟิก ในการดำาเนินความสัมพันธ์กับภาคีภายนอก และ
(๓) การพิจารณาใช้แนวทางใหม่ ๆ ในการมีปฏิสัมพันธ์กับสาธารณรัฐประชาชนจีน สหรัฐอเมริกา เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถแสวงจุดร่วมใน
เรื่องที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันในภูมิภาคได้ อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ส่วนสถานการณ์ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยำ้าว่า ประเทศไทยต้องการเห็นสันติภาพและ
เสถียรภาพในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและการกลับคืนสู่กระบวนการประชาธิปไตย และสนับสนุนให้อาเซียนมีบทบาทที่สร้างสรรค์ใน
การช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาผ่านการดำาเนินการตามฉันทามติ ๕ ข้อ โดยประเทศไทยเห็นว่าบทบาทของ
ผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนเรื่องสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาจะสามารถช่วยสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและบรรยากาศสำาหรับการหารือ
ที่สร้างสรรค์ระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ ประเทศไทยหวังว่าการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมยังคงดำาเนินต่อไปและมีการกระจาย
ความช่วยเหลือไปยังประชาชนทุกฝ่าย ซึ่งประเทศไทยได้สนับสนุนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียน
มาผ่านทางช่องทางอาเซียนและทวิภาคี นายกรัฐมนตรียังยำ้าถึงความสำาคัญของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอาเซียน ซึ่งประเทศสมาชิก
อาเซียนควรช่วยกันธำารงไว้ ด้วยการช่วยกันให้สมาชิกครอบครัวอาเซียนสามารถอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าครบถ้วนดังที่เคยเป็น
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กระทรวงการต่างประเทศ
วันพฤหัสบดี ที่ ๒๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง กระทรวงศึกษาธิการแถลงการเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียนที่ ๒ พุทธศักราช ๒๕๖๔
ในวันจันทร์ ที่ ๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
ภาพ : https://moe360.blog/2021/10/28/open-semester-1nov/
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุภัทร จำาปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนายอัมพร
พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔
ของสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ในวันจันทร์ ที่ ๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
นายสุภัทร จำาปาทอง แถลงว่ากระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศ หลักเกณฑ์การเปิดโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ตามข้อกำาหนด
ออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๓๔) เพื่อกำากับดูแลและ
เพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่นักเรียน ครู และประชาชนทั่วไป ว่าโรงเรียนและสถาบันการศึกษาสามารถดำาเนินกิจกรรมได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำาหนด
ตามแนวการเปิดภาคเรียนที่ ๒ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)
โดยมีหลักเกณฑ์ ๕ ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ ๑ เงื่อนไขหลักของมาตรการ Sandbox: Safety Zone in School โดยจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาแบบการเรียน
การสอนที่โรงเรียน (On Site) จำาแนกตามเขตพื้นที่การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)
เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ 441

