Page 411 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 411

หรือไม่ออกเสียงต้องระวางโทษจำาคุกไม่เกิน ๕ ปีหรือปรับไม่เกิน ๑ แสนบาท หรือทั้งจำาทั้งปรับ ทั้งนี้ ศาลอาจสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมี

            กำาหนดไม่เกิน ๕ ปีด้วยก็ได้
                     ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

            หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักนายกรัฐมนตรี

            วันพุธ ที่ ๑๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔

            เรื่อง   ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้กรุงเทพมหานครชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีรายละ ๕,๐๐๐ บาท
                   พร้อมดอกเบี้ย กรณีจัดทำาลิฟต์และอุปกรณ์สิ่งอำานวยความสะดวกสำาหรับคนพิการที่สถานีขนส่ง

                   รถไฟฟ้า BTS จำานวน ๒๓ สถานี ไม่แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำาหนด
                     ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้กรุงเทพมหานครชดใช้ค่าเสียหายกรณีจัดทำาลิฟต์และอุปกรณ์สิ่งอำานวยความสะดวกสำาหรับคนพิการ
            ที่สถานีขนส่งรถไฟฟ้า BTS จำานวน ๒๓ สถานี ไม่แล้วเสร็จภายในเวลาที่ศาลปกครองสูงสุดกำาหนดในคำาพิพากษา ในคดีหมายเลขแดงที่
            อ.๖๕๐/๒๕๕๗ เนื่องจากกรุงเทพมหานครไม่สามารถดำาเนินการก่อสร้างลิฟต์และสิ่งอำานวยความสะดวกสำาหรับคนพิการที่สถานีขนส่งรถไฟฟ้า
            BTS ให้แก่ผู้ฟ้องคดีเฉพาะรายที่มีภูมิลำาเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานครอันเป็นท้องที่จังหวัดเดียวกับท้องที่ที่ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร
            (รถไฟฟ้า BTS) ตั้งอยู่ ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำานวนรายละ ๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินค่า

            เสียหาย นับถัดจากวันฟ้องถึงวันเสาร์ ที่ ๑๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ และดอกเบี้ยตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ ตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ ๑๑
            เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำาระเสร็จ ทั้งนี้ ให้ชำาระให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่มีคำาพิพากษา
                     เนื่องจากศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า แม้ในการดำาเนินการตามคำาพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีหมายเลขแดงที่
            อ.๖๕๐/๒๕๕๗ กรุงเทพมหานครจะประสบกับปัญหาและอุปสรรคหลายประการ และมีเหตุผลเพียงพอจะรับฟังได้ว่าบางสถานีและ
            การก่อสร้างลิฟต์ในบางจุดมีข้อจำากัด รวมทั้งจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำาเนินการให้ครบถ้วนตามคำาพิพากษาดังกล่าว อีกทั้งกรุงเทพมหานคร
            ได้พยายามปฏิบัติตามคำาพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเรื่อยมาก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาวันที่พ้นกำาหนดระยะเวลาในการดำาเนินการตาม
            คำาพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดจนถึงปัจจุบันแล้ว ระยะเวลาได้ล่วงเลยมากว่า ๕ ปี ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่ล่าช้าเกินสมควร และความล่าช้า
            ดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเรื่องที่กรุงเทพมหานครสามารถที่จะเร่งรัดให้เป็นไป
            โดยรวดเร็วขึ้นได้ ประกอบกับคำาพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีดังกล่าวได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า การจัดให้มีอุปกรณ์ที่อำานวยความสะดวก

            โดยตรงแก่คนพิการ รวมทั้งสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่ามีอุปกรณ์ที่อำานวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการที่สถานีขนส่งและรถไฟฟ้านั้นอยู่
            ในวิสัยที่กรุงเทพมหานครจะดำาเนินการได้ อีกทั้งเป็นกรณีที่กรุงเทพมหานครพึงคาดหมายได้ว่า หากการดำาเนินการตามคำาพิพากษาของศาล
            ปกครองสูงสุดไม่แล้วเสร็จภายในกำาหนดระยะเวลาดังกล่าวย่อมส่งผลให้คนพิการรวมถึงผู้ฟ้องคดีหลายราย ยังคงต้องประสบกับอุปสรรคและ
            ไม่ได้รับความสะดวกตามสมควรในการใช้บริการรถไฟฟ้า BTS ต่อไป กรณีจึงถือได้ว่ากรุงเทพมหานครปฏิบัติหน้าที่ตามคำาพิพากษาของศาล
            ปกครองสูงสุดล่าช้าเกินกว่าที่กำาหนดดังกล่าว
                     เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ตั้งแต่พ้นกำาหนดระยะเวลาดำาเนินการตามคำาพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีหมายเลขแดง
            ที่ อ.๖๕๐/๒๕๕๗ จนถึงวันฟ้องคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีบางรายมีภูมิลำาเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร อันเป็นท้องที่เดียวกับท้องที่ที่ระบบขนส่งมวลชน
            กรุงเทพมหานครตั้งอยู่ ฉะนั้น การที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติหน้าที่ตามคำาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดล่าช้าเกินกว่าที่กำาหนด จึงส่งผลโดยตรง
            ให้ผู้ฟ้องคดีดังกล่าวซึ่งล้วนแต่มีความพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย และผู้สูงอายุ ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ต้องประสบ
            กับอุปสรรคและไม่ได้รับความสะดวกตามสมควรในการใช้บริการระบบรถไฟฟ้า BTS ซึ่งเป็นสิ่งอำานวยความสะดวกหรือบริการสาธารณะ
            เท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป กระทบต่อสิทธิของผู้ฟ้องคดีในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากระบบขนส่งมวลชนที่พิพาทซึ่งเป็นบริการสาธารณะ

            อันเป็นสิทธิที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายให้ความคุ้มครองไว้ ดังนั้น การที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติตามคำาพิพากษาของ
            ศาลไม่แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลมีคำาพิพากษา จึงครบองค์ประกอบของการกระทำาละเมิดตามมาตรา ๔๒๐ แห่งประมวลกฎหมาย
            แพ่งและพาณิชย์ โดยถือเป็นการกระทำาละเมิดอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำาหนดให้ต้องปฏิบัติล่าช้าเกินสมควรและต้อง
            รับผิดชดใช้ค่าเสียหายต่อผู้ฟ้องคดีเฉพาะรายดังกล่าว
                     ส่วนกรณีผู้ฟ้องคดีรายที่มิได้มีภูมิลำาเนาในท้องที่จังหวัดเดียวกับท้องที่ที่ระบบขนส่งมวลชนที่พิพาทตั้งอยู่ โดยไม่ได้พิสูจน์ให้ศาล
            เห็นว่ามีพฤติการณ์พิเศษอื่นใดที่ทำาให้ผู้ฟ้องคดีดังกล่าวได้รับความเสียหายจากการไม่อาจเข้าถึงหรือใช้ประโยชน์จากระบบขนส่งมวลชนที่
            พิพาท กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าการกระทำาของกรุงเทพมหานครก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิของผู้ฟ้องคดีกลุ่มนี้แต่อย่างใด

            หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศาลปกครองสูงสุด



                                                                                    เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ 401
   406   407   408   409   410   411   412   413   414   415   416