Page 406 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 406

ข้อ ๑ การกำาหนดพื้นที่สถานการณ์จำาแนกตามเขตพื้นที่จังหวัด ให้การกำาหนดระดับของพื้นที่สถานการณ์ เพื่อการบังคับใช้

          มาตรการควบคุมแบบบูรณาการ จำาแนกเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม ตามบัญชีรายชื่อจังหวัด
          แนบท้ายคำาสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ที่ ๑๑/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑ สิงหาคม
          ๒๕๖๔ ยังคงบังคับใช้ต่อไป
                    ข้อ ๒ การขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการสำาหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพื่อการควบคุมสถานการณ์ของการระบาด
          ให้อยู่ในวงจำากัดตามการประเมินของฝ่ายสาธารณสุข จึงให้บรรดามาตรการ ข้อห้าม ข้อยกเว้น และข้อปฏิบัติสำาหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและ
          เข้มงวดตามที่กำาหนดที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้า ได้แก่ การห้ามออกนอกเคหสถานในระหว่างเวลา ๒๑ นาฬิกา ถึง ๔ นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น
          การห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค มาตรการควบคุมแบบบูรณาการสำาหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การใช้เส้นทางคมนาคม
          เพื่อการเดินทางข้ามจังหวัด การขนส่งสาธารณะ การปฏิบัติงานนอกสถานที่ทำาการของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐและเอกชนอย่างเต็ม
          ความสามารถที่จะทำาได้ รวมถึงบรรดามาตรการ หลักเกณฑ์ หรือแนวปฏิบัติสำาหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดที่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือ
          หน่วยงานที่รับผิดชอบได้กำาหนดขึ้นภายใต้ข้อกำาหนดดังกล่าวยังคงใช้บังคับต่อไป จนถึงวันพฤหัสบดี ที่ ๓๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
                  ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันพุธ ที่ ๑๕ ถึงวันพฤหัสบดี ที่ ๓๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
                  ประกาศ ณ วันศุกร์ ที่ ๑๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔

                  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี”
                  จังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ๒๙ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก
          นครปฐม นครนายก นครราชสีมา นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี เพชรบูรณ์
          ยะลา ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สงขลา สิงห์บุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สุพรรณบุรี และอ่างทอง
                  จังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) ๓๗ จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ กำาแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย
          เชียงใหม่ ตรัง ตราด นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ บุรีรัมย์ พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก มหาสารคาม ยโสธร ระนอง ร้อยเอ็ด ลำาปาง ลำาพูน เลย
          ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สระแก้ว สุโขทัย สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำาภู อุตรดิตถ์ อุทัยธานี อุดรธานี อุบลราชธานี และอำานาจเจริญ
                  จังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) ๑๑ จังหวัด ได้แก่ กระบี่ นครพนม น่าน บึงกาฬ พะเยา พังงา แพร่ ภูเก็ต มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน

          และสุราษฎร์ธานี

          หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)

          วันศุกร์ ที่ ๑๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔

          เรื่อง   ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาลงมติผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ ๓ ใช้การเลือกตั้งแบบบัตรเลือก
                ตั้ง ๒ ใบ ด้วยคะแนนเสียง ๔๗๒ เสียงต่อ ๓๓ เสียง งดออกเสียง ๑๘๗ เสียง

                  ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม มีระเบียบวาระการประชุมที่สำาคัญ คือ
          การลงคะแนนเสียงเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ในวาระ ๓ ซึ่งเป็นการลงคะแนนแบบขานชื่อทีละคน ได้คะแนนเสียงเห็นชอบ
          เกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา จึงถือว่ามติที่ประชุมร่วมรัฐสภาเห็นชอบให้มีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว ผลการลงมติของสมาชิกรัฐสภา
          ปรากฏว่า เห็นชอบ ๔๗๒ เสียง แบ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓๒๓ เสียง สมาชิกวุฒิสภา ๑๔๙ เสียง ไม่เห็นชอบ ๓๓ เสียง แบ่งเป็น
          สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๓ เสียง สมาชิกวุฒิสภา ๑๐ เสียง งดออกเสียง ๑๘๗ เสียง แบ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๒๑ เสียง สมาชิก
          วุฒิสภา ๖๖ เสียง ซึ่งถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ของทั้งสองสภารวมกันในเงื่อนไขแรก รวมทั้งยังผ่านเงื่อนไขที่ ๒ และ ๓ คือ มีเสียง
          สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคที่ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐
          และมีสมาชิกวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบเกิน ๘๔ เสียง หรือเกินจำานวน ๑ ใน ๓ ของสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดด้วยเช่นกัน
                  ทั้งนี้ เงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ ๓ นั้น จะต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำานวนสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่
          คือ ต้องมากกว่า ๓๖๕ คน หรือตั้งแต่ ๓๖๖ เสียงขึ้นไป ปัจจุบันสมาชิกรัฐสภาที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้มีจำานวน ๗๓๐ คน แยกเป็นสมาชิก

          วุฒิสภา ๒๕๐ คน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔๘๐ คน โดยต้องมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองที่สมาชิกมิได้ดำารงตำาแหน่ง
          รัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน
          จากทั้งหมด ๒๔๒ คน คือไม่น้อยกว่า ๔๙ คน และต้องมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ คือ ไม่น้อยกว่า ๘๔ คน ถ้ากรณี
          เสียงไม่ถึงด้วยกรณีใดกรณีหนึ่งถือว่าที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญ






       396  จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔
   401   402   403   404   405   406   407   408   409   410   411