Page 401 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 401
วันจันทร์ ที่ ๖ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง เว็บไซต์ U.S. News & World Report จัดให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่รำ่ารวยมรดกทางวัฒนธรรม
มากที่สุดอันดับ ๗ ของโลก ประจำาปีคริสต์ศักราช ๒๐๒๑
เว็บไซต์ U.S. News & World Report ร่วมกับ BAV Group หน่วยงานของบริษัทสื่อสารการตลาดระดับโลก และ The Wharton
School แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา จัดให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่รำ่ารวยมรดกทางวัฒนธรรมมากที่สุดอันดับ ๗ ของโลก
ประจำาปีคริสต์ศักราช ๒๐๒๑ โดยพิจารณาจากประชากรมากกว่า ๑๗,๐๐๐ คน ในภูมิภาคต่าง ๆ จำานวน ๔ ภูมิภาค ด้วยเกณฑ์
ความสามารถในการเข้าถึงวัฒนธรรม ความยาวนานทางประวัติศาสตร์ รสชาติอาหาร ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และ
ภูมิศาสตร์ ประเทศที่อยู่ใน ๑๐ อันดับแรก ได้แก่ ราชอาณาจักรสเปน สาธารณรัฐอิตาลี สาธารณรัฐเฮลเลนิกหรือกรีซ สาธารณรัฐฝรั่งเศส
สหรัฐเม็กซิโก สาธารณรัฐอินเดีย ราชอาณาจักรไทย สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ สาธารณรัฐตุรกี และประเทศญี่ปุ่น
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : เว็บไซต์ U.S. News & World Report
วันอังคาร ที่ ๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกาศตั้งโครงการ “VACC 2 School” เพื่อบริจาควัคซีนซิโนฟาร์มให้แก่
เด็กและเยาวชน อายุระหว่าง ๑๐ - ๑๘ ปี
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกาศตั้งโครงการ “VACC 2 School” เพื่อบริจาควัคซีนซิโนฟาร์มให้แก่เด็กและเยาวชน อายุระหว่าง
๑๐ - ๑๘ ปี โดยเปิดรับสมัครสถานศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในระบบซึ่งมีความประสงค์ขอรับการจัดสรรวัคซีนสำาหรับฉีด
นักเรียนในสังกัด และมีที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำานวน ๕๐,๐๐๐ ราย สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่เวลา ๘ นาฬิกา ๘ นาที
วันพุธ ที่ ๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ จนกว่าจะครบจำานวน กำาหนดฉีดตั้งแต่วันจันทร์ ที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
วันจันทร์ ที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ VACC 2 School ที่บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำากัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อเริ่มดำาเนินการฉีดวัคซีน
ซิโนฟาร์มให้แก่นักเรียนจากโรงเรียน ๘๙ แห่งที่เข้าร่วมโครงการ รวมทั้งจะมีการติดตามผลภายหลังการเข้ารับวัคซีน เพื่อศึกษาผลข้างเคียง
และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ในเด็กและเยาวชน
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
วันอังคาร ที่ ๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้จ่ายเงินโครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา ๓๓ ในพื้นที่
ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพิ่มอีก ๑ เดือน
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้สำานักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการเยียวยานายจ้างและ
ผู้ประกันตนมาตรา ๓๓ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ๒๙ จังหวัด เพื่อให้ผู้ประกอบการและแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ
สั่งปิดกิจการหรือห้ามจัดกิจกรรมชั่วคราวของรัฐบาลได้รับการเยียวยาอย่างครอบคลุมและทั่วถึง มีรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงดังนี้
๑. ขยายกรอบวงเงินเพิ่มขึ้น ๘๖๒.๒ ล้านบาท จากการปรับปรุงจำานวนนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา ๓๓ ในพื้นที่
๒๙ จังหวัด
๒. อนุมัติเงิน ๑๖,๑๐๓.๓ ล้านบาท ช่วยเหลือนายจ้างและผู้ประกันตน มาตรา ๓๓ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
๑๓ จังหวัด เพิ่มอีก ๑ เดือน โดยลูกจ้างจะได้รับเงินเยียวยารายละ ๒,๕๐๐ บาท ขณะที่นายจ้างจะได้รับเงินเยียวยารายละ ๓,๐๐๐ บาท
ต่อลูกจ้าง ๑ คน แต่ไม่เกิน ๒๐๐ คน
พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ๑๓ จังหวัด ตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) (ศบค.) ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี
พระนครศรีอยุธยา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ 391

