Page 399 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 399

สูตรที่ ๓ กรณีฉีดวัคซีนซิโนแวคมาแล้ว ๒ เข็ม ให้รับการกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นเข็มที่ ๓ ระยะเวลา

            ฉีดห่างกัน ๔ สัปดาห์
                     ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ศึกษาวิจัยแล้วว่า สูตรการฉีดวัคซีนทั้ง ๓ สูตร มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
            ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) สายพันธุ์เดลตาได้ อีกทั้งยังสอดคล้องกับปริมาณวัคซีนที่มีอยู่ในขณะนี้ จึงสั่งการให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ
            นำาไปปฏิบัติ คาดว่าจะเริ่มใช้อย่างแพร่หลายในช่วงเดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
                     แผนการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) พบว่ามีการสั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคเพิ่มอีก ๒ เดือน
            เดือนละ ๖ ล้านโดส หลังจากวัคซีนซิโนแวคหมดแล้ว จะปรับสูตรการฉีดวัคซีนเป็น ๓ สูตร ได้แก่ สูตรที่ ๑ ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา ๒ เข็ม
            สูตรที่ ๒ ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ๒ เข็ม และสูตรที่ ๓ เป็นสูตรไขว้ ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มแรก ตามด้วยวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ ๒

            หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กระทรวงสาธารณสุข


            วันศุกร์ ที่ ๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
            เรื่อง   ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำารงตำาแหน่งทางการเมือง มีคำาสั่งให้นายฉลอง เทอดวีระพงศ์

                   และนายภูมิศิษฏ์ คงมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคภูมิใจไทย หยุดปฏิบัติหน้าที่
                     ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำารงตำาแหน่งทางการเมือง มีคำาสั่งให้นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ และนายภูมิศิษฏ์ คงมี สมาชิกสภา
            ผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคภูมิใจไทย หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำาพิพากษาตัดสินตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๕ วรรคสาม ในคดี
            หมายเลขดำาที่ คมจ. ๓/๒๕๖๔ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นคำาร้องว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
            ทั้งสองคนฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง (ชั้นรับคำาร้อง) จากการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ระหว่างการ

            พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำาปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๓ โดยศาลได้ส่งเอกสารคำาสั่งดังกล่าวไปยังรัฐสภาแล้ว
            มีผลบังคับตั้งแต่วันศุกร์ ที่ ๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นต้นไป

            หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศาลฎีกา


            วันอาทิตย์ ที่ ๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
            เรื่อง  ผลการสอบวินัยนายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด กรณีมีความเห็นให้สั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ
                   อยู่วิทยา ผู้ต้องหาคดีขับรถยนต์ชนดาบตำารวจ วิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิต

                     สำานักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เปิดเผยความคืบหน้ากระบวนการสอบวินัยนายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด กรณีมีความเห็น
            ให้สั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ผู้ต้องหาคดีขับรถยนต์ชนดาบตำารวจ วิเชียร กลั่นประเสริฐ จนเสียชีวิต เมื่อวันพุธ ที่ ๕ กันยายน
            พุทธศักราช ๒๕๕๕ ว่า คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้จัดทำาเอกสารสรุปสำานวนการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วและมีความเห็นว่า
            นายเนตร นาคสุข เป็นผู้มีความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง เนื่องจากไม่พบการทุจริต เป็นเพียงความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น
            สมควรให้งดบำาเหน็จบำานาญ ไม่เสนอชื่อเป็นอัยการอาวุโส และไม่เลื่อนขั้นเป็นเวลา ๒ ปี ทั้งนี้ จะเสนอสำานวนดังกล่าวให้ที่ประชุมคณะกรรมการ
            อัยการ (ก.อ.) พิจารณาต่อไป

                     วันอังคาร ที่ ๒๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ นายพชร ยุติธรรมดำารง ประธานคณะกรรมการอัยการ รายงานผลการประชุมของ
            คณะกรรมการอัยการว่า ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนายเนตร นาคสุข ด้วยความผิดฐานขาดความรอบคอบและประมาท
            เลินเล่ออย่างร้ายแรง มีโทษสูงสุดคือการไล่ออก และแต่งตั้งนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อดีตอธิบดีสำานักงานอัยการคดีพิเศษ เป็นประธานกรรมการ
            สอบวินัยร้ายแรง มีอำานาจในการสรรหากรรมการสอบสวนจำานวน ๒ คน และเลขานุการ ๑ คน การดำาเนินการสอบวินัยร้ายแรงดังกล่าว
            มีกำาหนดระยะเวลาในการปฏิบัติ ๖๐ วัน และสามารถขยายระยะเวลาได้ ๒ - ๓ ครั้ง อย่างไรก็ตาม หากนายเนตร นาคสุข ไม่เห็นด้วยกับผล
            การสอบสวน สามารถฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้ตามขั้นตอน

            หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักงานอัยการสูงสุด












                                                                                    เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ 389
   394   395   396   397   398   399   400   401   402   403   404