Page 381 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 381
ศาลพิเคราะห์คำาเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำาสืบหักล้างแล้ว เห็นว่าจำาเลยกระทำาผิดตามฟ้องจริง พิพากษา
ลงโทษจำาคุกจำาเลยที่ ๑ และที่ ๒ ตลอดชีวิต จำาคุกจำาเลยที่ ๓ เป็นเวลา ๖ ปี ๘ เดือน ให้จำาเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันชดใช้เงินจำานวน
๓,๐๙๗,๐๑๖,๕๓๓.๙๙ บาท แก่กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง นอกจากนี้ให้นับโทษของจำาเลยที่ ๓ ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำา
ฟย.๒๓/๒๕๖๐ หมายเลขแดงที่ ฟย.๔๗/๒๕๖๑ ของศาลอาญา ริบของกลางทองคำาแท่ง นำ้าหนัก ๗๗ กิโลกรัม ทองคำาแท่งนำ้าหนักรวม ๗,๐๐๐ บาท
รวมทั้งทองคำาแท่งตามบัญชีแนบท้ายฟ้องทุกรายการที่ส่งมอบแก่คณะกรรมการจัดการทรัพย์สิน เมื่อวันศุกร์ ที่ ๑๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๒
ยกฟ้องโจทก์สำาหรับจำาเลยที่ ๔ คำาขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
ทั้งนี้ จำาเลยที่ ๑ และที่ ๒ ขอยื่นประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ ส่วนจำาเลยที่ ๓ ไม่ได้ยื่นประกันตัว
วันจันทร์ ที่ ๒๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำาสั่งขอปล่อยชั่วคราวของศาล
อุทธรณ์ โดยไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว นายสาธิต รังคสิริ จำาเลยที่ ๑ กับนายศุภภิจ หรือ สิริพงศ์ ริยะการ หรือ ริยะการธีรโชติ จำาเลยที่ ๒
โดยศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า ข้อหามีอัตราโทษสูง แม้นายสาธิต จำาเลยที่ ๑ และนายศุภชัย
จำาเลยที่ ๒ จะให้การปฏิเสธ แต่ศาลชั้นต้นลงโทษจำาคุกจำาเลยทั้งสองไว้ตลอดชีวิต ประกอบกับจำาเลยทั้งสองยังไม่ยื่นอุทธรณ์คำาพิพากษาของ
ศาลชั้นต้น จึงมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำาเลยทั้งสองจะหลบหนี ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำาเลยทั้งสองระหว่างอุทธรณ์คดี ให้ยกคำาร้อง
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
วันพฤหัสบดี ที่ ๑๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง นายบุญศรี รัตนัง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้านล้านนา) ประจำาปี
พุทธศักราช ๒๕๖๐ ถึงแก่กรรม
ภาพ : http://article.culture.go.th/index.php/blog/3-column-layout-2/159-2019-07-31-09-26-12
นายบุญศรี รัตนัง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้านล้านนา) ประจำาปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ ถึงแก่กรรม
ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เนื่องจากเส้นเลือดในสมองตีบ สิริอายุ ๖๘ ปี
นายบุญศรี รัตนัง เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๙๖ ที่อำาเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ได้ฝึกเล่นดนตรีพื้น
เมืองประเภทซึง สะล้อ และขลุ่ย จากนายสิงห์คำา รัตนัง แล้วจึงเริ่มตั้งวงดนตรีพื้นเมืองรับเล่นดนตรีตามงานทั่วไปในหมู่บ้าน พุทธศักราช ๒๕๑๓
เรียนเป่าปี่กับครูสม บุญเรือง และเรียนขับซอกับครูหนานตา ตันเงิน พุทธศักราช ๒๕๑๙ ตั้งวงดนตรีพื้นเมืองประยุกต์ชื่อวงลูกทุ่ง ลานทอง
พุทธศักราช ๒๕๒๒ เข้าสู่วงการซอโดยได้รับการสนับสนุนจากนายประสิทธิ ศรีสมเพชร และเริ่มฝึกแต่งเพลงใส่ทำานองเพลงพื้นบ้านภาคเหนือ
มีนางบัวตอง เมืองพร้าว เป็นคู่ซอที่มีความสามารถและมีชื่อเสียง จึงนำาประสบการณ์และความรู้ที่มีทั้งหมดเกี่ยวกับดนตรีและศิลปวัฒนธรรม
ล้านนา สร้างสรรค์ผลงานของตนเองขึ้น เช่น การแต่งซอพื้นเมือง แต่งละคร แต่งค่าว แต่งจ๊อย และแต่งเพลงคำาเมือง
พุทธศักราช ๒๕๒๕ ออกแผ่นเสียงเพลงลูกทุ่งคำาเมือง ถือว่าเป็นบุคคลแรกที่เริ่มสร้างแนวเพลงแนวนี้ขึ้น เป็นผลงานที่แต่งเอง
ร้องเอง และควบคุมดนตรีเองทั้งหมด ใช้ชื่ออัลบั้มว่า “ลุงอดผ่อบ่ได้” เป็นเพลงที่มีเนื้อหาสะท้อนให้เห็นถึงจารีต ขนบธรรมเนียม ประเพณี
วัฒนธรรมและวิถีชิวิตของคนล้านนา
พุทธศักราช ๒๕๓๙ ได้เข้ารับพระราชทานรางวัลพระพิฆเนศทองคำา ครั้งที่ ๑ ประเภทศิลปินเพลงยอดเยี่ยมพื้นบ้านภาคเหนือ
คือ เพลง แห่ครัวตาน จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี
สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ที่จัดโดยสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย
นายบุญศรี รัตนัง มีผลงานประพันธ์เพลงจำานวนกว่า ๕๐๐ กว่าเพลง ผลงานอัลบั้มซอพื้นบ้าน ๓๐ ชุด และผลงานอัลบั้มดนตรี
พื้นเมืองกว่า ๑๐ ชุด ชุดที่ได้รับความนิยมคือ ชุด ดนตรีพื้นเมืองประยุกต์ มีการนำาเครื่องดนตรีพื้นบ้านล้านนามาบรรเลงร่วมกับเครื่องดนตรี
สากลบางชนิด ประยุกต์ให้มีจังหวะที่เร็วขึ้น นอกจากนี้นายบุญศรีได้สร้างศูนย์สืบสานภูมิปัญญาล้านนาขึ้น โดยสร้างเป็นอาคารยกพื้นสูง
หลังเล็กติดทุ่งนา เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการสอนดนตรีพื้นเมือง ซอพื้นเมือง จ๊อย ค่าว การฟ้อนล้านนา การทอผ้า และภูมิปัญญาชาวบ้าน
แบบล้านนาโบราณ
เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ 371

