Page 376 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 376
ทั้งนี้ การอนุมัติเงินเพิ่มเติมมาจากการเพิ่มความช่วยเหลือให้กลุ่มเป้าหมาย ๑๓ จังหวัด อีก ๑ เดือน รวมเป็น ๒ เดือน มีวงเงิน
๖๑,๗๑๐ ล้านบาท ประกอบกับขยายระยะเวลาให้ผู้ประกันตนมาตรา ๔๐ ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนรายใหม่ได้ตั้งแต่
วันอาทิตย์ ที่ ๑ ถึงวันอังคาร ที่ ๒๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ และพื้นที่ ๑๖ จังหวัดให้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนรายใหม่ได้ตั้งแต่วันพุธ ที่ ๔
ถึงวันอังคาร ที่ ๒๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ทำาให้จำานวนผู้ได้รับความช่วยเหลือเพิ่มขึ้น ๒,๖๙๑,๗๒๙ คน รวมเป็น ๙,๓๘๕,๙๓๐ คน
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(โควิด - ๑๙), สำานักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
วันศุกร์ ที่ ๑๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยนำารายชื่อประชาชน ๗๐๐,๐๐๐ คน ร่วมฟ้องร้องดำาเนินคดีอาญา
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีปล่อยปละละเลยและบริหารผิดพลาดในการแพร่
ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)
ภาพ : https://thestandard.co/thaisangthai-700k-public-list-file-a-lawsuit-against-the-prayut-government/
ที่ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตัวแทนพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายก
สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย และตัวแทนโจทก์จำานวน ๘ คน นำารายชื่อประชาชนจำานวน ๗๐๐,๐๐๐ คน ผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก
การบริหารทางสาธารณสุขผิดพลาดของรัฐบาล ที่ร่วมลงชื่อกับพรรคไทยสร้างไทย ร่วมฟ้องร้องดำาเนินคดีอาญาพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำานวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ในความผิดตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และมาตรา ๑๖๕ กรณีปล่อยปละละเลยและบริหารผิดพลาด จนเกิดการแพร่ระบาดถึง ๔ ระลอก รวมทั้ง
บริหารจัดการวัคซีนผิดพลาดอย่างร้ายแรง ทำาให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยศาลรับฟ้องไว้เป็นคดี อท.๑๑๗/๒๕๖๔ และนัดฟัง
คำาสั่งในชั้นตรวจคำาฟ้อง ในวันจันทร์ ที่ ๓๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ต่อไป
วันจันทร์ ที่ ๓๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำาสั่ง กรณีมีปัญหาว่าคดีนี้อยู่ใน
อำานาจการพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางหรือไม่ เห็นควรส่งสำานวนนี้ให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยและรอการ
พิจารณาคดีไว้ชั่วคราวจนกว่าประธานศาลอุทธรณ์จะได้มีคำาวินิจฉัย
วันศุกร์ ที่ ๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ พรรคไทยสร้างไทยได้ออกแถลงการณ์ ความว่า
“กรณีสืบเนื่องจากประชาชนจำานวนกว่า ๗๐๐,๐๐๐ คน ได้ร่วมกันเข้าชื่อต่อพรรคไทยสร้างไทยขอให้ดำาเนินคดีกับรัฐบาลกรณี
บริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด - ๑๙ ผิดพลาดไม่สามารถควบคุม ป้องกันโรค และให้การรักษาพยาบาลประชาชนได้
อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง จนเป็นเหตุให้ประชาชนจำานวนมากได้รับอันตรายแก่สุขภาพและถึงแก่ชีวิตนั้น
พรรคไทยสร้างไทยขอขอบคุณสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยที่กรุณารับเป็นทนายความฟ้องคดีให้กับประชาชนที่ได้รับความ
เสียหาย โดยได้พิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า หากผลการกระทำาความผิดของผู้ดำารงตำาแหน่งทางการเมืองเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเสีย
หาย ประชาชนควรมีสิทธิจะฟ้องคดีต่อศาลที่มีอำานาจพิจารณาคดีได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๔ และตามนัยคำาพิพากษาฎีกา (ที่ประชุม
ใหญ่) ที่ ๕๖๗๓/๒๕๖๒ ซึ่งได้วินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานแล้ว
แต่เนื่องจากประธานศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่า คดีที่ยื่นฟ้องนี้อยู่ในอำานาจการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำารง
ตำาแหน่งทางการเมือง จึงสั่งไม่รับไว้พิจารณา โดยกฎหมายได้บัญญัติให้คำาวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด และประชาชนไม่สามารถ
ฟ้องร้องโดยตรงต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำารงตำาแหน่งทางการเมืองด้วยตัวเองได้ ต้องร้องผ่านคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม
การทุจริตแห่งชาติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๓๔ (๑)
366 จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔

