Page 375 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 375

กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้ไต่สวนพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

            กรณีใช้อำานาจโดยมิชอบตามพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๔ ออกข้อกำาหนดห้ามสื่อมวลชนเสนอข่าว
            ที่สร้างความหวาดกลัวและบิดเบือนความจริงช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)

            หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙), คณะกรรมการป้องกัน
                               และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

            วันอังคาร ที่ ๑๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔

            เรื่อง   คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้สำานักงานประกันสังคม ปรับปรุงรายละเอียดโครงการเยียวยานายจ้าง
                   และผู้ประกันตนมาตรา ๓๓ ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุด

                   และเข้มงวด
                     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้สำานักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ปรับปรุงรายละเอียดสาระสำาคัญของโครงการเยียวยานายจ้าง
            และผู้ประกันตนมาตรา ๓๓ ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
            ดังนี้
                       ๑. เปลี่ยนชื่อโครงการ จากเดิม โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา ๓๓ ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ

            ของรัฐ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็น “โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา ๓๓
            ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด” เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
                       ๒. ขยายพื้นที่ดำาเนินการ จาก ๑๓ จังหวัด เป็น ๒๙ จังหวัด ตามข้อกำาหนดฯ ฉบับที่ ๓๐ ที่ได้มีการปรับปรุงเขตพื้นที่ควบคุม
            สูงสุดและเข้มงวดเพิ่มเติมจากข้อกำาหนด ฯ ฉบับที่ ๒๘ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พื้นที่ดำาเนินการ ๑๓ จังหวัดเดิมตามข้อกำาหนดฯ
            ฉบับที่ ๒๘ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดปริมณฑล มีนครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี
            พระนครศรีอยุธยา จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา โดยเพิ่มเติมอีก ๑๖ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ตาก
            นครนายก นครศรีธรรมราช ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี
            และอ่างทอง
                       ๓. กรอบวงเงินโครงการ เพิ่มขึ้นจากเดิม ๑๕,๐๒๗.๖๘๖๐ ล้านบาท เป็น ๑๗,๐๕๐.๔๑๔๕ ล้านบาท

                       ๔. ขยายระยะเวลาให้นายจ้างในพื้นที่ ๓ จังหวัด (ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา) ตามข้อกำาหนดฯ
            ฉบับที่ ๒๘ และ ๑๖ จังหวัด ตามข้อกำาหนดฯ ฉบับที่ ๓๐ สามารถขึ้นทะเบียนประกันสังคมรายใหม่ได้ โดยสำานักงานประกันสังคมตรวจสอบ
            และยืนยันข้อมูลจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จนถึงวันอังคาร ที่ ๒๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
                        ๕. เร่งพิจารณาจัดทำาข้อเสนอขยายการให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของ
            โรคติดเชื้อโควิด - ๑๙ ในพื้นที่ ๑๓ จังหวัด เพิ่มเติมอีกจำานวน ๑ เดือน เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งช่วยให้การให้ความช่วยเหลือ
            นายจ้างและผู้ประกันตนในพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
                     วันจันทร์ ที่ ๓๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้สำานักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปลี่ยนแปลง
            รายละเอียดที่เป็นสาระสำาคัญของโครงการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐ ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ
            ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยเป็นการขยายระยะเวลาให้ผู้ประกันตนมาตรา ๔๐ ในพื้นที่ ๓ จังหวัด และ ๑๖ จังหวัด สามารถ
            ลงทะเบียนเป็นผู้ประกันตนรายใหม่ตามระยะเวลาที่เสนอ และขยายเวลาให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์
            การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ในพื้นที่ ๑๓ จังหวัด เพิ่มเติมอีก ๑ เดือน ทำาให้กรอบวงเงินโครงการดังกล่าว

            เพิ่มจาก ๓๓,๔๗๑ ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคาร ที่ ๑๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นวงเงิน ๗๗,๗๘๕ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำานวน
            ๔๔,๓๑๔ ล้านบาท
                     วงเงินจำานวนนี้จะครอบคลุมการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐ ในพื้นที่ ๒๙ จังหวัด รวม ๙.๓๘ ล้านคน ได้แก่
            ผู้ประกันตนมาตรา ๓๙ จำานวน ๑.๔๓ ล้านคน และผู้ประกันตนมาตรา ๔๐ จำานวน ๗.๙๔ ล้านคน อัตราการให้ความช่วยเหลือ ๕,๐๐๐
            บาทต่อคน วงเงินที่ใช้จากเงินกู้ตามพระราชกำาหนดให้อำานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม
            ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ และฉบับเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ จำานวน ๕ แสนล้านบาท








                                                                                     เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ 365
   370   371   372   373   374   375   376   377   378   379   380