Page 380 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 380
วันพุธ ที่ ๑๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง ศาลฎีกามีคำาสั่งให้นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร สังกัด
พรรคพลังประชารัฐ หยุดปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม
อย่างร้ายแรง กรณีการเสียบบัตรแทนกัน
ภาพ : https://www.naewna.com/lady/439059
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า เมื่อวันพุธ ที่ ๑๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
ศาลฎีกาได้มีคำาสั่งรับคำาร้องคดีหมายเลขดำาที่ คมจ.๒/๒๕๖๔ ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยื่นร้อง
นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคพลังประชารัฐ เรื่อง การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม
มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการเสียบบัตรแทนกัน
คดีนี้ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำาสั่งหรือคำาพิพากษาว่า ผู้คัดค้านฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้หยุด
ปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่ศาลฎีการับคำาร้องจนกว่าศาลจะมีคำาพิพากษาให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำาแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพิกถอน
สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำาหนดเวลาไม่เกิน ๑๐ ปี ตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๓๕
ส่งผลให้นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจนกว่าจะมีคำาพิพากษา สภาผู้แทนราษฎรจึงมี
จำานวนสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ ๔๘๒ คน
ทั้งนี้ นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ถูกกล่าวหาว่า ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีมีพฤติการณ์ยินยอมให้ผู้อื่น
ใช้บัตรแสดงตนและลงมติแทนในการพิจารณาและลงมติร่างพระราชบัญญัติเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๖๒ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๘
สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
วันพฤหัสบดี ที่ ๑๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง ศาลพิพากษาคดีนายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ฉ้อโกงเงินภาษีจากการขอคืนเงินภาษี
มูลค่าเพิ่ม ให้จำาคุกตลอดชีวิต
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำาพิพากษาคดีฉ้อโกงเงินภาษีจากการขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่พนักงาน
อัยการสำานักงานคดีปราบปรามทุจริต ๑ เป็นโจทก์ ฟ้องนายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร เป็นจำาเลยที่ ๑ นายศุภภิจ หรือ สิริพงศ์
ริยะการ หรือ ริยะการธีรโชติ อดีตสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขต ๒๒ (บางรัก) เป็นจำาเลยที่ ๒ นายประสิทธิ์ อัญญโชติ เป็นจำาเลยที่ ๓
และนายกิตติศักดิ์ อัญญโชติ เป็นจำาเลยที่ ๔
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๒๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ ถึงวันเสาร์ ที่ ๒๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖ จำาเลยกับพวก
ร่วมและสนับสนุนการกระทำาความผิด คือร่วมกันขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยแสดงข้อความเท็จ หลอกลวงกรมสรรพากร เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร
และเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานครเขต ๒๒ เพื่อให้ได้ไปซึ่งเงินคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากกรมสรรพากรและรัฐโดยทุจริต การกระทำา
ของพวกจำาเลยเป็นเหตุให้กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง และรัฐ เสียหายเป็นเงิน ๓,๐๙๗,๐๑๖,๕๓๓.๙๙ บาท ขอให้ลงโทษตามกฎหมาย
และขอให้ริบของกลางทองคำาแท่ง นำ้าหนัก ๗๗ กิโลกรัม ทองคำาแท่งนำ้าหนักรวม ๗,๐๐๐ บาท รวมทั้งทองคำาแท่งตามบัญชีแนบท้ายฟ้อง
กับให้จำาเลยร่วมกันชดใช้เงินที่เบียดบังเอาไปและยังไม่ได้คืน ๓,๐๙๗,๐๑๖,๕๓๓.๙๙ บาท แก่กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง
370 จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔

