Page 386 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 386
ประมาณ ๑,๐๐๐ คน มีการนำาเสนอผลงานการวิจัยและการประกวดผลงานทางวิชาการ จากนักวิชาการ จำานวนทั้งสิ้น ๑๙๓ เรื่อง โดยแบ่งเป็น
๔ สาขา ได้แก่ สาขา Current Research and Innovation on Diseases จำานวน ๔๖ เรื่อง สาขา Medical Sciences for Better Consumer’s
Health จำานวน ๘๒ เรื่อง สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน เพื่อการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน จำานวน ๔๔ เรื่อง และสาขา Medical Science
Symposium จำานวน ๒๑ เรื่อง
ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระอนุญาตให้ผู้ที่ได้รับ
รางวัลประเภทต่าง ๆ รับพระราชทานโล่ที่ระลึกหน้าพระฉายาลักษณ์ ดังนี้
รางวัลนักวิทยาศาสตร์การแพทย์เกียรติยศ ประจำาปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ ได้แก่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้า
ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รางวัล DMSc Award ประเภทงานวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ ดอกเตอร์เดือนเพ็ญ จาปรุง ผู้อำานวยการกลุ่มวิจัย
วัสดุตอบสนองและเซ็นเซอร์ระดับนาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ จากผลงาน “แอปตาเซ็นเซอร์สำาหรับวิเคราะห์อัลบูมินในปัสสาวะ
เพื่อประกอบการคัดกรองโรคไตเรื้อรัง” ประเภทหนังสือ ตำาราทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้แก่ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนฤมล
เชาว์สุวรรณกิจ ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จากผลงาน “ภาพรังสีวินิจฉัยชั้นสูงของระบบหัวใจและหลอดเลือด
(Advanced diagnostic cardiovascular imaging)” และประเภทการพัฒนาบริการ ได้แก่ นางจันทรัตน์ วรสรรพวิทย์ นักวิทยาศาสตร์
ชำานาญการพิเศษ จากผลงาน “การพัฒนาการรับรองความสามารถผู้จัดโปรแกรมทดสอบความชำานาญห้องปฏิบัติการทดสอบทางการแพทย์
สู่การยอมรับในระดับสากลกับองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองห้องปฏิบัติการ”
รางวัลนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ดีเด่น ได้แก่ นางสาวปนัดดา เทพอัคศร สถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์
การแพทย์
รางวัลนักวิทยาศาสตร์การแพทย์รุ่นใหม่ ได้แก่ นายวีรวุฒิ วิทยานันท์ สำานักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์
การแพทย์
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
วันพุธ ที่ ๒๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง กรมควบคุมโรคชี้แจงเรื่องการปรับสูตรการฉีดวัคซีนสูตรไขว้
นายแพทย์เฉวตสรร นามวาท ผู้อำานวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงเรื่องการปรับสูตร
การฉีดวัคซีนสูตรไขว้ คือ ซิโนแวคตามด้วยแอสตราเซเนกา เป็นแนวทางให้ปฏิบัติทั่วประเทศ คนที่ไปฉีดก่อนหน้าและนัดหมายเข็มที่ ๒
เป็นซิโนแวคนั้น เมื่อถึงวันนัดหมายจะได้รับการเปลี่ยนให้ฉีดไขว้ตามนโยบายการฉีดวัคซีนโควิดสูตรต่าง ๆ สำาหรับคนไทย แบ่งกลุ่มดังนี้
กลุ่มประชาชนอายุ ๑๘ ปี ขึ้นไป ผู้สูงอายุ ผู้อยู่ในกลุ่มโรงเสี่ยง ๗ โรค หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์ขึ้นไป มี ๒ สูตร
ดังนี้ สูตรที่ ๑ วัคซีนซิโนแวค เข็มแรก แล้วตามด้วยวัคซีนแอสตราเซเนกา เข็มที่ ๒ ห่างกัน ๓ สัปดาห์ เป็นสูตรหลัก หรือยกเว้นบางกรณีที่
จำาเป็นทางการแพทย์ที่จะได้แอสตราเซเนกา ๒ เข็ม หรือเข็มที่ ๑ เป็นแอสตราเซเนกา เข็มที่ ๒ วัคซีนแอสตราเซเนกา ห่างกัน ๑๒ สัปดาห์
กลุ่มเด็กและวัยรุ่นอายุ ๑๒ - ๑๘ ปี ที่อยู่ในกลุ่มโรคเสี่ยง ๗ โรค หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์ขึ้นไป จะได้วัคซีน
ไฟเซอร์ ๒ เข็ม ห่างกัน ๓ สัปดาห์
บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า (๑) ผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวค หรือ ซิโนฟาร์ม ครบ ๒ เข็ม ให้วัคซีนไฟเซอร์หรือ
แอสตราเซเนกากระตุ้น ๑ เข็ม (๒) ผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวค ซิโนฟาร์ม หรือแอสตราเซเนกา ๑ เข็ม ให้วัคซีนไฟเซอร์ เข็มที่ ๒ โดยกำาหนดระยะห่าง
ระหว่างโดสตามชนิดของวัคซีนเข็มที่ ๑ เป็นหลัก (๓) วัคซีนซิโนแวค เข็มแรก และตามด้วยแอสตราเซเนกา เข็มที่ ๒ ห่างกัน ๓ สัปดาห์ (สูตรไขว้)
(๔) วัคซีนไฟเซอร์ ๒ เข็ม ห่างกัน ๓ สัปดาห์ ๕. วัคซีนแอสตราเซเนกา ๒ เข็ม ห่างกัน ๑๒ สัปดาห์
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
376 จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔

