Page 390 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 390
วันอังคาร ที่ ๓๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง ศาลฎีกายกฟ้องพลตรี จำาลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล และแกนนำาพันธมิตรประชาชน
เพื่อประชาธิปไตย รวม ๖ คน เหตุเป็นการฟ้องซำ้าในคดีที่ได้พิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้วและพิพากษา
ให้จำาคุกจำาเลยอีก ๓ คน กรณีการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลนายสมัตร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี
เมื่อพุทธศักราช ๒๕๕๑
ศาลาอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลฎีกาพิพากษาคดีที่ อ.๓๙๗๓/๒๕๕๘ ที่พนักงานอัยการคดีอาญา เป็นโจทก์ยื่นฟ้องแกนนำา
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ๙ คน คือ พลตรี จำาลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์
นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสุริยะใส กตะศิลา นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และนายเทิดภูมิ
ใจดี เป็นจำาเลยที่ ๑ - ๙ ในความผิดฐานร่วมกันกระทำาให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงรัฐบาล
โดยใช้กำาลังข่มขืนใจหรือใช้กำาลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนและก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร
ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป ใช้กำาลังประทุษร้ายหรือกระทำาการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือ
เป็นผู้มีหน้าที่สั่งการโดยผู้กระทำาคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิก แต่ไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖, ๒๑๕
และ ๒๑๖ กรณีที่มีการรวมตัวชุมนุมต่อต้านและขับไล่นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อพุทธศักราช ๒๕๕๑
อัยการฟ้องสรุปได้ว่า เมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ จำาเลยทั้ง ๙ คน จัดการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ต่อมาได้นำากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจำานวนมากเคลื่อนขบวนไปทำาเนียบรัฐบาล ปิดการจราจรถนนราชดำาเนินนอก ตั้งแต่
แยกมัฆวานรังสรรค์ไปจนถึงแยก จปร. เป็นที่ชุมนุมประท้วงถึงวันอาทิตย์ ที่ ๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ มีการตั้งเวทีถาวร ตั้งโรงครัว
ขึงลวดหนามกั้นถนนราชดำาเนินนอก ตั้งกลุ่มนักรบศรีวิชัย เป็นกองกำาลังรักษาความปลอดภัย และจัดเตรียมเครื่องมือ เช่น ไม้เบสบอล ท่อนเหล็ก
หนังสติ๊ก เพื่อใช้เป็นอาวุธ ส่อไปในทางที่จะเกิดความรุนแรงขนาดก่อความไม่สงบขึ้นในประเทศ จำาเลยทั้ง ๙ คนผลัดเปลี่ยนกันขึ้นกล่าว
ปราศรัยโจมตีการทำางานของรัฐบาลตลอด ๒๔ ชั่วโมง ร่วมกันชักชวนผู้ชุมนุมกระทำาการปิดถนนสาธารณะและเคลื่อนที่ในลักษณะดาวกระจาย
ใช้รถยนต์บรรทุกเป็นเวทีปราศรัยกดดันบริเวณสถานที่ราชการหลายแห่ง เป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยจำาเลยทั้งหมดให้การ
ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ได้ได้รับการประกันตัวในชั้นพิจารณา
ศาลฎีกาตรวจสำานวนและปรีกษากันแล้ว มีประเด็นวินิจฉัยว่า คดีที่อัยการโจทก์ฟ้องจำาเลยที่ ๑ - ๖ เป็นการฟ้องซำ้ากับคดีหมายเลข
แดงที่ อ.๑๘๗๗/๒๕๕๘ และคดีแดงหมายเลขที่ อ.๑๘๗๘/๒๕๕๘ ซึ่งเป็นความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไปแล้วก่อให้เกิดความวุ่นวาย
ในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ และ ๒๑๕ จึงเป็นความผิดกรรมเดียวต่อกฎหมายหลายบท การที่โจทก์ยื่นฟ้องจำาเลย
ที่ ๑ - ๖ อีก ถือว่าเป็นคดีที่มีคำาพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว โจทก์จะนำาการกระทำาความผิดในคราวเดียวกันมาฟ้องขอ
ให้ลงโทษจำาเลยอีกไม่ได้ เป็นการฟ้องซำ้า
ศาลฎีกาเห็นพ้องกับที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ยกฟ้อง ส่วนจำาเลยที่ ๗ - ๙ ศาลเห็นว่าได้ขึ้นปราศรัยเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วม
ชุมนุมขับไล่รัฐบาล นอกจากนี้จำาเลยที่ ๗ ยังเดินทางไปชุมนุมปิดถนนมิตรภาพ จังหวัดนครราชสีมา ส่วนจำาเลยที่ ๘ นำาผู้ชุมนุมไปปิดล้อม
สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย การกระทำาของจำาเลยที่ ๗ - ๙ เป็นการชุมนุมที่มีการปิดกั้นการจราจร จึงพิพากษาว่า การกระทำาของ
จำาเลยที่ ๗ - ๙ เป็นการมั่วสุมก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา ๖๖ เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษ
จำาคุกคนละ ๑ ปี แต่มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำาคุกคนละ ๘ เดือน โดยไม่รอลงอาญา
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศาลฎีกา
380 จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔

