Page 352 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 352

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔

          เรื่อง   ประกาศข้อกำาหนด ออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการใน
                สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๙)
                  สืบเนื่องจากมีการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จทางสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
          (โควิด - ๑๙) ประกาศข้อกำาหนด ออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
          (ฉบับที่ ๒๙) ความว่า

                  “ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันพฤหัสบดี ที่ ๒๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
          และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ ๑๓ จนถึงวันพฤหัสบดี ที่ ๓๐ กันยายน
          พุทธศักราช ๒๕๖๔ นั้น
                  โดยที่มีการเผยแพร่โดยทั่วไปซึ่งข้อความอันเป็นเท็จที่อาจทำาให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวหรือข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน
          เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดหรือสับสน ปฏิบัติตนไม่ถูกต้องจนเกิดความเสียหายหรือเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน
          จนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ การละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น การรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือ
          การรักษาสุขภาพของประชาชนโดยผ่านทางสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต อันเป็นการซำ้าเติมสถานการณ์ฉุกเฉินให้วิกฤตยิ่งขึ้น จำาเป็น
          ต้องมีมาตรการที่กำาหนดให้การใช้สิทธิหรือเสรีภาพในการแสดงออกเป็นไปอย่างมีเหตุผล ถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริง และมีความรับผิดชอบ

          ต่อความสงบสุขของสังคมส่วนรวมในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ตามกรอบที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำาหนด
                  อาศัยอำานาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช ๒๕๔๘
          นายกรัฐมนตรีออกข้อกำาหนดไว้ ดังต่อไปนี้
                    ข้อ ๑ ห้ามผู้ใดเสนอข่าว จำาหน่าย หรือทำาให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด ที่มีข้อความอันอาจทำาให้ประชาชน
          เกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำาให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ
          หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
                    ข้อ ๒ ในกรณีมีการเผยแพร่ข้อความหรือข่าวสารตามข้อ ๑ ในอินเทอร์เน็ต ให้สำานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง
          กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แจ้งผู้รับใบอนุญาตการให้บริการอินเทอร์เน็ตตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรร
          คลื่นความถี่และกำากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ทุกรายทราบ และให้ผู้รับใบอนุญาต
          ดังกล่าวทุกรายมีหน้าที่ตรวจสอบว่าข้อความหรือข่าวสารดังกล่าวมีที่มาจากเลขที่อยู่ไอพี (IP address) ใด หากเป็นเลขที่อยู่ไอพี (IP address)
          ที่ตนเป็นผู้ให้บริการ ให้แจ้งรายละเอียดตามที่สำานักงาน กสทช. กำาหนด ให้สำานักงาน กสทช. ทราบ และให้ระงับการให้บริการอินเทอร์เน็ต
          แก่เลขที่อยู่ไอพี (IP address) นั้นทันที

                  ให้สำานักงาน กสทช. ส่งรายละเอียดตามที่ได้รับแจ้งตามวรรคหนึ่งให้แก่สำานักงานตำารวจแห่งชาติโดยเร็วเพื่อดำาเนินคดีต่อไป
                  ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำาหนดไว้ในใบอนุญาตการให้บริการอินเทอร์เน็ต
          และให้สำานักงาน กสทช. ดำาเนินการตามกฎหมายต่อไป
                  ทั้งนี้ ตั้งแต่วันศุกร์ ที่ ๓๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
                  ประกาศ ณ วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
                  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี”

          หน่วยงานเจ้าของเรื่อง :  ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙), คณะกรรมการกิจการ
                            กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย





















      342   จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔
   347   348   349   350   351   352   353   354   355   356   357