Page 356 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 356
วันอาทิตย์ ที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง ประกาศข้อปฏิบัติและมาตรการผ่อนปรนการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) และประกาศเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำาหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำาหนด ออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๓๐) เกี่ยวกับข้อปฏิบัติและมาตรการผ่อนปรนการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)
ความว่า
“ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันพฤหัสบดี ที่ ๒๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ ๑๓ จนถึงวันพฤหัสบดี ที่ ๓๐ กันยายน
พุทธศักราช ๒๕๖๔ นั้น
โดยที่สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด - ๑๙ ยังคงทวีความรุนแรง โดยเฉพาะไวรัสกลายพันธุ์ชนิดสายพันธุ์เดลตาที่เชื้อ
โรคสามารถแพร่กระจายและติดต่อโรคกันได้โดยง่าย ทำาให้มีจำานวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในเขตกรุงเทพมหานคร
และจังหวัดที่ได้กำาหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยฝ่ายสาธารณสุขได้รายงานผลการประเมินแนวโน้มของสถานการณ์ที่แสดง
ผลว่าจะมีจำานวนผู้ติดเชื้อในระดับสูงเพิ่มมากขึ้นหากมิได้ดำาเนินมาตรการควบคุมและจำากัดการเคลื่อนย้ายการเดินทางและการรวมกลุ่มของ
บุคคลอย่างรัดกุมมีประสิทธิภาพเพียงพอ แม้ปรากฏว่าผู้ติดเชื้อที่หายป่วยหรืออาการดีขึ้นจนออกจากโรงพยาบาลได้ในแต่ละวันมีจำานวน
เพิ่มขึ้นด้วยก็ตาม ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงจำาเป็นต้องบังคับใช้บรรดามาตรการ ข้อห้าม และข้อปฏิบัติต่าง ๆ อย่างเข้มงวดกวดขันเพื่อการ
ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องออกไปอีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง และยกระดับบางมาตรการเพื่อให้การควบคุมการระบาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ
ป้องกันมิให้การระบาดเพิ่มความรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม จากการที่ได้ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้างในเขตพื้นที่
กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดแบบกลุ่มก้อน โดยปิดสถานที่ก่อสร้างและบริเวณที่พักอาศัยชั่วคราวสำาหรับคนงาน
ตลอดจนได้มีการกำาหนดมาตรการปิดสถานที่หรือกิจการที่มีความเสี่ยงบางกรณีเพื่อประโยชน์ในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
ซึ่งผลการดำาเนินการในช่วงเวลาที่ผ่านมาปรากฏว่าได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและผู้รับผิดชอบในการปรับปรุงสถานที่พักคนงาน
และการสุขาภิบาลให้ถูกสุขลักษณะ การปรับปรุงสถานประกอบกิจการและเตรียมมาตรการด้านป้องกันและควบคุมโรค รวมทั้งการกำากับ
ติดตามให้เป็นไปตามมาตรการที่ทางราชการกำาหนดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงสมควรปรับการบังคับใช้บางมาตรการต่อกลุ่มบุคคล สถานที่
และกิจการที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม แต่ยังคงให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและกำากับติดตาม
การป้องกันและควบคุมโรคตามที่ทางราชการกำาหนดอย่างเคร่งครัดต่อไปด้วย
อาศัยอำานาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และมาตรา ๑๑
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำาหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลายตาม
คำาแนะนำาของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) (ศบค.) มีสาระสำาคัญดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
โดยให้นำามาตรการควบคุมแบบบูรณาการที่กำาหนดไว้สำาหรับพื้นที่สถานการณ์ระดับต่าง ๆ ข้อห้าม และข้อปฏิบัติตามข้อกำาหนดที่ได้ประกาศ
ไว้ก่อนหน้านี้มาบังคับใช้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำาหนด
ข้อ ๒ การขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการสำาหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ข้อห้าม และข้อปฏิบัติสำาหรับพื้นที่ควบคุม
สูงสุดและเข้มงวดตามที่กำาหนดไว้ในข้อกำาหนด (ฉบับที่ ๒๘) ได้แก่ การลดและจำากัดการเคลื่อนย้ายเดินทาง การห้ามออกนอกเคหสถานใน
เวลา ๒๑ นาฬิกา ถึง ๔ นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น การขนส่งสาธารณะ การปฏิบัติงานของส่วนราชการ และมาตรการควบคุมบูรณาการเร่งด่วน
รวมถึงมาตรการ หลักเกณฑ์ที่หน่วยงานที่รับผิดชอบได้กำาหนดขึ้นที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำาหนดนี้ ยังคงใช้บังคับต่อเนื่องออกไปสำาหรับพื้นที่
ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดทุกจังหวัด จนถึงวันอังคาร ที่ ๓๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
ข้อ ๓ การปรับเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมและการตรวจคัดกรองการเดินทางในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้เจ้า
พนักงานเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ ในเส้นทางคมนาคมข้ามเขตจังหวัด และการเดินทางออกนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดไปยัง
พื้นที่อื่น โดยให้เป็นตามแนวทางการปฏิบัติที่ ศปก.ศบค.กำาหนด
ข้อ ๔ ห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลเพื่อลดความเสี่ยงในการ
ติดต่อสัมผัสกันที่สามารถแพร่โรคได้ เว้นแต่เป็นกรณีได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด โดยกำาหนด
จำานวนจำาแนกตามเขตพื้นที่ ดังนี้ (๑) พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำานวนรวมกันมากกว่า ๕
คน (๒) พื้นที่ควบคุมสูงสุด ห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำานวนรวมกันมากกว่า ๒๐ คน (๓) พื้นที่ควบคุม ห้ามจัดกิจกรรม
ซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำานวนรวมกันมากกว่า ๕๐ คน (๔) พื้นที่เฝ้าระวังสูง ห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำานวน
รวมกันมากกว่า ๑๐๐ คน (๕) พื้นที่เฝ้าระวัง ห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำานวนรวมกันมากกว่า ๑๕๐ คน
346 จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔

