Page 350 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 350
รวม ๑๐,๕๕๒,๙๖๐ คน โดยให้ความช่วยเหลือ ๒,๐๐๐ บาทต่อคนในภาคการศึกษาที่๑/๒๕๖๔ กรอบวงเงิน ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท มาตรการ
ที่ ๒ สนับสนุนสถานศึกษาในการจัดการเรียนการสอนและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ไม่เกิน
๑๐,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ โรงเรียน รวมจำานวน ๓๔,๘๘๗ แห่ง วงเงินรวมทั้งสิ้น ๙๔.๐๘ ล้านบาท
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โครงการมาตรการการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนิสิต
นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและเอกชน วงเงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของ
นิสิต นักศึกษาในสถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จำานวน ๑,๗๘๘,๕๒๒ คน
โดยช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ จำานวน ๑๐๐ แห่ง ตั้งแต่ระดับตำ่ากว่าปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา
ทั้งภาคปกติ ภาคพิเศษ และภาคสมทบ โดยลดค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษา ที่ต้องจ่ายในส่วนที่ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ช่วยเหลือ
ในอัตราร้อยละ ๕๐ ตั้งแต่ ๕๐,๐๐๑ - ๑๐๐,๐๐๐ บาท ช่วยเหลืออัตราร้ายละ ๓๐ และตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๑ บาท ช่วยเหลือในอัตราร้อยละ
๑๐ รัฐบาลและสถาบันอุดมศึกษาของรัฐจะร่วมกันช่วยเหลือเยียวยา ในสัดส่วน ๖:๔ ช่วยค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาภาค
เอกชน จำานวน ๗๒ แห่ง เยียวยาค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา คนละ ๕,๐๐๐ บาท ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาอื่น เช่น การให้ทุนการศึกษา
ขยายเวลาการชำาระค่าธรรมเนียมการศึกษา ผ่อนจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษา เป็นต้น
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
วันอังคาร ที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง ประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
(คราวที่ ๑๔)
ประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ ๑๔) ความว่า
“ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันวันพฤหัสบดี ที่ ๒๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
และได้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินคราวที่ ๑๓ ออกไป จนถึงวันพฤหัสบดี ที่ ๓๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ นั้น
สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ในห้วงเวลาที่ผ่านมา แม้จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำาดับ
การฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนดำาเนินการได้ตามเป้าหมายและมีการกระจายยารักษาโรคได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง จึงมีความเหมาะสมที่จะเริ่ม
ฟื้นฟูการดำาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศควบคู่ไปพร้อม ๆ กันกับการควบคุมและจำากัดโรคภายใต้มาตรการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) แนวใหม่เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างปลอดภัย (Smart Control and Living with COVID - 19) มาตรการป้องกัน
การติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention for COVID - 19) และมาตรการปลอดภัยสำาหรับองค์กร (COVID Free Setting)
และโดยที่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตาที่ระบาดมากทั้งในและนอกประเทศนั้นสามารถระบาดได้
อย่างรวดเร็ว การผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ จึงต้องดำาเนินการอย่างรัดกุมโดยได้รับความร่วมมือของทุกภาคส่วนกรณีจึงจำาเป็นที่จะต้องคง
ไว้ซึ่งมาตรการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคเพื่อความมั่นคงทางสาธารณสุขของชาติและชีวิตประชาชน
อาศัยอำานาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช ๒๕๔๘
นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามมติเมื่อวันอังคาร ที่ ๒๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ จึงให้ขยายระยะเวลาการใช้
บังคับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีกคราวหนึ่ง สำาหรับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง
ในเขตท้องที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปควบคู่กัน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันศุกร์ ที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ จนถึงวันอังคาร
ที่ ๓๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
ประกาศ ณ วันอังคาร ที่ ๒๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี”
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักนายกรัฐมนตรี
340 จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔

