Page 224 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 224
๑๒๒๒ จดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
งานศิลปกรรมและประณีตศิลปประดับพระเมรุมาศ
การประดับตกแตงพระเมรุมาศทรงบุษบก ๙ ยอด ในสวนของงานศิลปกรรมและประณีตศิลปที่ประดับ
ทั้งองคพระเมรุมาศ พระจิตกาธาน ฉากบังเพลิง พระวิสูตร ฉัตรประดับพระเมรุมาศ เกรินบันไดนาค จนถึงราชวัติ
ลวนมีเทคนิคการดําเนินงานทั้งตามแบบประเพณีและแบบรวมสมัย ตลอดจนวัสดุอุปกรณบางสวนที่ตองเลือกสรร
ปรับปรุงใหเขากับระบบการผลิตในปจจุบัน จนกลาวไดวา เปนงานศิลปกรรมและประณีตศิลปรวมสมัยในรัชกาลที่ ๙
เชนเดียวกับงานศิลปะอื่น ๆ ดังเชนใชงานซอนไมทดแทนการแกะสลักไมจริง ประดับตกแตงดวยผาทองยนสาบ
กระดาษสีโดยใชผาทองยน ๕ สีหลัก คือ สีทอง สีขาว สีนํ้าเงิน สีชมพู และสีเขียว ลายผาทองยนไดคัดสรรลายพิเศษ
เปนลายขั้นสูงสําหรับพระมหากษัตริย เชน ลายกานตอดอก ลายพุมขาวบิณฑเทพนมกานแยง ซึ่งเปนการตอสายกัน
อยางนอย ๓ ลาย เชน ลายดอกไม ใบเทศเปลว หนาเทพนม ประดับตอกันเปนชั้น ๆ ขึ้นไป
เทคนิคการดําเนินงานศิลปกรรมและประณีตศิลปที่สําคัญ จําแนกตามลักษณะงานไดดังนี้
การซอนไม
พระเมรุมาศ จัดเปนสถาปตยกรรมลําลอง สรางขึ้นเพื่อการใชสอยเพียงชั่วคราวมักใชในการประกอบงาน
พระราชพิธีสําคัญ เมื่อแลวเสร็จจึงรื้อถอนลง นิยมใชวัสดุที่สรางประกอบและรื้อถอนไดงายเชน ไมไผ กระดาษ เสื่อสาน
รวมถึงการใชศิลปะการซอนไมในการกอสรางองคประกอบสถาปตยกรรมอันเปนการลดทอนรูปแบบมาจากการ
แกะสลักไมจริงปดทองประดับกระจกอยางงานตกแตงสถาปตยกรรมประเพณี การกอสรางอยางถาวรนี้ตองใชเวลา
งบประมาณและทรัพยากรเปนจํานวนมาก ดังนั้นการกอสรางอาคารชั่วคราวอยางพระเมรุมาศและอาคารประกอบ
ในพระราชพิธี ไดถือตามอยางโบราณราชประเพณีที่ใชศิลปะการซอนไมสืบทอดตอกันมา โดยปรับเปลี่ยนวัสดุและ
เทคนิคตามวิทยาการงานสถาปตยกรรมและวิศวกรรมในแตละยุคสมัย การทดลองหาวัสดุทดแทนเชน การทําตนแบบ
แลวจึงทําพิมพเพื่อหลอชิ้นงานดวยวัสดุเรซิน หรือการทดลองตัดโฟมเพื่อขึ้นรูปแทนการใชไมอัด เหลานี้ลวนเปนการคิด
ออกแบบ และทดลองเพื่อใหเกิดความเหมาะสมและวิวัฒน
ไปตามธรรมชาติของศิลปสถาปตยกรรม
การซอนไม มีขั้นตอนดําเนินการคือ เมื่อสถาปนิก
ขยายแบบเทาจริง ไดสัดสวนสวยงามรวมถึงลวดลายที่
ตองการแลว จึงคัดเสนลงบนกระดาษไขเพื่อสงใหชางดําเนิน
การซอนไม ชางไมจะเตรียมไมอัดประกบความหนาใหได
ตามชั้นที่ตองการ แลวตัดไมตามเสนลายที่วาดไวในแผนกระ
ดาษนํามาซอนกันเปนชั้น ๆ ใหเกิดมิติคลายกับการแกะสลัก
ไมสถาปนิกผูออกแบบเขียนลายจะตองระบุความตื้นลึกของ
แตละชั้นไว เพื่อใหชางไมสามารถตัดและซอนตามแบบได
ศิลปะการซอนไม
อยางถูกตอง ศิลปะการซอนไม
กรรมวิธีที่ใชไมแผนบางหรือไมอัดตัดเปนชั้น ๆ เพื่อซอนขึ้นรูปองคประกอบนั้น ทําใหเกิดเศษไมเหลือทิ้งเปนจํานวน
มาก ดังนั้นสถาปนิกจึงพยายามหาวัสดุทดแทนเพื่อลดการใชทรัพยากรไม รวมถึงการทําองคประกอบบางสวนที่ตองการ
ความเปนสามมิติ เชน สวนที่มีความโคง มักใชโครงไมไผสานกรุกระดาษซึ่งไมทนตอความชื้น ในงานพระเมรุแตละครั้งจึง
ไดมีการทดลองหาวัสดุทดแแทน เชนในครั้งงานถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจารําไพพรรณี พระบรมราชินี
ในรัชกาลที่ ๗ ผูออกแบบพระเมรุมาศในครั้งนั้นคือ นายประเวศ ลิมปรังษี ไดเลือกใชการหลอไฟเบอรกลาสบริเวณที่เปน
พรหมพักตรประดับยอดพระเมรุมาศแทนการใชไมไผและกระดาษซึ่งเปอยยุยไดงาย หรือในครั้งงานออกพระเมรุสมเด็จ
พระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร พลอากาศเอก อาวุธ เงินชูกลิ่น ผูออกแบบ
1222

