Page 172 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 172
๑๑๗๐ จดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
พระเมรุมาศทรงบุษบก ๙ ยอด
พระเมรุมาศ ประกอบดวยอาคารทรงบุษบก ๙ หลัง ตั้งอยูบนชาลายอมุมไมสิบสองรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ออกแบบไวที่ความสูง ๕๐ เมตร ๔๙ เซนติเมตร ชาลากวางดานละ ๖๐ เมตร เมื่อสรางเสร็จมีความสูง ๕๕ เมตร
๑๘ เซนติเมตร ฐานกวางดานละ ๕๙ เมตร ๖๐ เซนติเมตร ยอดบุษบกพระเมรุมาศองคประธานประดิษฐานพระ
นพปฎลมหาเศวตฉัตร ระดับชาลาลดหลั่นกันเปน ๓ ชั้น บนฐานเดียวกัน ตรงกลางชาลาชั้นที่ ๓ ยกพื้นขึ้นอีกระดับหนึ่ง
เปนฐานพระเมรุมาศองคประธาน บางเรียกกันเปนชาลาชั้นที่ ๔ มีบันไดขึ้นพระเมรุมาศจากลานทั้ง ๔ ทิศ ทิศตะวันตก
หันเขาสูพระที่นั่งทรงธรรม ทิศตะวันออกและทิศใตติดตั้งลิฟต ทิศเหนือติดตั้งเกรินบันไดนาคพระเมรุมาศ เปนสะพาน
เกรินชั่วคราวจากลานพระเมรุมาศทอดขึ้นสูพระเมรุมาศองคประธาน สําหรับอัญเชิญพระบรมโกศจากราชรถปนใหญ
ขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธานในพระเมรุมาศองคประธาน และจะไดรื้อเกรินบันไดนาคนี้ออกเมื่อเชิญพระโกศขึ้นสู
พระเมรุมาศเสร็จ
ลานอุตราวัฏ เปรียบเสมือนเชิงเขาพระสุเมรุ ประดับตกแตงดวยภูมิสถาปตยตามคติไตรภูมิผสมผสาน
กับพระราชกรณียกิจตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อาทิ สระอโนดาตซึ่งขุดเปนสระนํ้าจริง สื่อถึงพระราช
กรณียกิจที่เกี่ยวกับนํ้า ประดับดวยเขามอจําลองและไมดัด ในสระอโนดาตประดับดวยประติมากรรมรูปสัตวมงคล
และรูปสัตวหิมพานต คือ ชางประจําทิศเหนือ สิงหประจําทิศตะวันออก โคประจําทิศใต และมาประจําทิศตะวันตก
แทนฐานสัตวประจําทิศทําเปนหัวสัตวยื่นออกมา พนนํ้าจากปากลงสูสระอโนดาต นอกจากนี้ ไดเพิ่มประติมากรรม
รูปสัตวนํ้าที่เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ เชน ปลานิล ปลาสวาย ปลาตะเพียน
บันไดนาคซึ่งทอดตัวลงมาจากชาลาชั้นที่ ๑ สูลานอุตราวัฏทั้งสี่ทิศ เชิงบันไดประดับเศียรนาคเศียรเดียว
ทิศละ ๑ คู รวม ๘ ตัว
ชาลาชั้นที่ ๑ เปนฐานสิงห มีราชวัติแสดงขอบเขตของพระเมรุมาศ ผังพื้นชาลาเปนรูปสี่เหลี่ยมยอมุมไมสิบสอง
แบบไมเทา ตรงกลางยกขึ้นเปนชาลาชั้นที่ ๒ มุมทั้งสี่ประดับประติมากรรมรูปทาวจตุโลกบาลประทับยืนหันพระพักตร
เขาสูพระเมรุมาศองคประธาน สื่อความหมายถึงเทวดาผูคุมครองมนุษยโลกทั้ง ๔ ทิศเฝาถวายอารักขา มีเทวดานั่งสน
(นั่งคุกเขาทับสน) เชิญบังแทรกอยูสองขางบันไดทางขึ้นลง ๘ องค และที่ยอมุมทั้งสี่ทิศ ๘ องค รวม ๑๖ องค บันไดนาค
ซึ่งทอดตัวลงมาจากชาลาชั้นที่ ๒ ทั้งสี่ทิศ หัวบันไดประดับเศียรนาคสามเศียร ทิศละ ๑ คู รวม ๘ ตัว สองขางบันไดนาค
ประดับประติมากรรมรูปคชสีห ราชสีห ทิศละ ๑ คู รวม ๘ ตัว คชสีหนั้นเปนสัญลักษณของสมุหกลาโหม หมายถึง เหลา
ทหารผูพิทักษแผนดินและพระมหากษัตริย ราชสีหเปนสัญลักษณของสมุหนายก หมายถึงเหลาขาราชการพลเรือน ผู
ปฏิบัติราชการสนองพระเดชพระคุณ
ชาลาชั้นที่ ๒ มีราชวัติแสดงขอบเขตของชั้นชาลา ผังพื้นอาคารเปนสี่เหลี่ยมยอมุมไมสิบสองแบบไมเทา
ตรงกลางยกขึ้นเปนชาลาชั้นที่ ๓ ยกกระเปาะมุมทั้งสี่เพื่อตั้งหอเปลื้อง ยุบตรงกลางเพื่อวางบันได หอเปลื้องเปนอาคาร
ทรงบุษบก ชั้นเชิงกลอน ๕ ชั้น เปนสถานที่สําหรับจัดเก็บพระโกศทองใหญ พระโกศจันทน ทอนฟนไมจันทน และอุปกรณ
ตาง ๆ ในการถวายพระเพลิงพระบรมศพ ลักษณะของหอเปลื้องมีผังพื้นอาคารเปนสี่เหลี่ยมยอมุมไมสิบสองแบบไมเทา
ผนังเปดโลงทั้ง ๔ ดาน ลดพื้นใหอยูในบัวฐาน เปดชองประตูเปนทางเขาออก ๑ ดาน พรอมบันไดขึ้นสูง เสาบุษบก
หอเปลื้องยอมุมไมสิบสองแบบไมเทาทั้ง ๔ ตน มีคันทวยครุฑยุดนาครองรับหลังคาบุษบก ปลายสุดของยอดบุษบก
ปกพุมขาวบิณฑ ติดพระวิสูตร
ฐานของชาลาชั้นที่ ๒ เปนบัวฐานปทม มุมชาลาทั้ง ๔ มุมติดตั้งเสาโคมไฟ ๔ ตน ยอดเสาเปนประติมากรรม
รูปครุฑยุดนาค เหนือครุฑตั้งฉัตรโลหะฉลุลายโปรง สองขางบันไดขึ้นลง มีเทวดานั่งสน (นั่งคุกเขาทับสน) เชิญบัวแทรก
บันไดละ ๒ องค รวม ๘ องค บันไดนาคซึ่งทอดตัวลงมาจากชาลาชั้นที่ ๓ ทั้งสี่ทิศ หัวบันไดประดับเศียรนาคหาเศียร
ทิศละ ๑ คู รวม ๘ ตัว นอกจากนี้ มีประติมากรรมขนาดใหญสองขางบันได ดานทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศใตเปน
ประติมากรรมรูปครุฑพนม รวม ๖ องค รูปครุฑนั้นมี ๒ แบบ แบบแรกสวนหัวเปนครุฑ กายเปนมนุษย พนมมือถือ
ดอกบัว แบบที่ ๒ สวนหัวเปนครุฑสวมมงกุฎ กายสวนบนเปนมนุษยสวนลางเปนไก หอยมือลง มือแตละขางถือดอกบัว
1170

