Page 174 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 174
๑๑๗๒ จดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
สวนบันไดดานทิศตะวันตกเปนประติมากรรมรูปพระพิฆเนศ (พระพิเนก) ๑ องค พระพิฆนาย (พระพินาย) ๑ องค
ในทาประทับยืนแบบนาฏยลักษณของโขน
ชาลาชั้นที่ ๓ มีราชวัติแสดงขอบเขตของชั้นชาลา ผังพื้นชาลาเปนรูปสี่เหลี่ยมยอมุมไมสิบสองแบบไมเทา
ตรงกลางยกขึ้นเปนฐานพระเมรุมาศองคประธาน ยกกระเปาะมุมทั้งสี่เพื่อตั้ง ซาง ยุบตรงกลางเพื่อวางบันได ซางเปน
อาคารทรงบุษบกชั้นเชิงกลอน ๕ ชั้น สําหรับพระพิธีธรรม ๔ สํารับนั่งสวดพระอภิธรรมโดยสวดเวียนกันไปทีละสํารับ
ผังพื้นอาคารซางเปนรูปสี่เหลี่ยมยอมุมไมสิบสองแบบไมเทา ผนังเปดโลงทั้ง ๔ ดาน ทําพนักสูง ๓ ดาน เลยศีรษะ
พระสงฆ ตั้งอาสนสงฆแบบเขามุมหักศอก อีกดานเปนขั้นบันไดขึ้นสูอาคารซาง เสาบุษบกซางยอมุมไมสิบสองแบบไมเทา
ทั้ง ๔ ตน มีคันทวยครุฑยุดนาครองรับหลังคาบุษบก ปลายสุดของยอดบุษบกปกพุมขาวบิณฑ ติดพระวิสูตร
ฐานของชาลาชั้นที่ ๓ เปนบัวฐานสิงห เหนือฐานสิงหเปนฐานเชิงบาตรทองไม สวนทองไมตกแตงดวย
ประติมากรรมรูปเทพชุมนุม สื่อความหมายถึงเทพตาง ๆ มาเฝารอรับเสด็จสูสรวงสวรรค ณ เขาพระสุเมรุ เทพชุมนุม
จํานวน ๑๓๒ องคแบงเปน ๔ ประเภท คือ ครุฑพนมนั่งราบ ๑๖ องค เทพนมนั่งราบ ๓๒ องค พานรพนมนั่งราบ
๒๐ องค ยักษพนมนั่งราบ ๖๔ องค มุมชาลาทั้ง ๔ มุมติดตั้งเสาโคมไฟ ๔ ตน ยอดเสาเปนประติมากรรมรูปครุฑยุดนาค
เหนือครุฑติดตั้งฉัตรโลหะฉลุลายโปรง สองขางบันไดทางขึ้นลงมีเทวดานั่งสน (นั่งคุกเขาทับสน) เชิญพุม ๘ องค
และเทวดายืนเชิญฉัตรบันไดละ ๒ องค รวม ๘ องค บันไดนาคซึ่งทอดตัวลงมาจากชาลาชั้นที่ ๔ ทั้งสี่ทิศ หัวบันได
ประดับเศียรนาคเจ็ดเศียร ทิศละ ๑ คู รวม ๘ ตัว
กลางชาลาชั้นที่ ๓ ซึ่งยกพื้นขึ้นอีกระดับหนึ่งเปนฐานของพระเมรุมาศองคประธาน ผังพื้นเปนรูปสี่เหลี่ยม
ยอมุมไมสิบสองแบบไมเทา ชั้นฐานเปนฐานสิงห เหนือฐานสิงหเปนฐานบัวเชิงบาตรชั้นที่ ๑ ประดับครุฑยุดนาค
โดยรอบจํานวน ๒๘ องค ฐานบัวเชิงบาตรชั้นที่ ๒ ประดับเทพนมนั่งสน (นั่งคุกเขาทับสน) จํานวน ๒๘ องค ถัดขึ้นไป
ตรงจุดกึ่งกลางของฐานพระเมรุมาศองคประธานหรือกึ่งกลางของชาลาทั้ง ๓ ชั้น เปนที่ตั้งของพระเมรุมาศองคประธาน
ทรงบุษบก เปรียบเสมือนพระราชบัลลังกหรือพระที่นั่งบุษบก และเปนสัญลักษณของเขาพระสุเมรุ คือ ศูนยกลางจักรวาล
เรือนยอดบุษบกมีชั้นเชิงกลอน ๗ ชั้น อยางยอดมณฑปมหาปราสาท ซึ่งที่ผานมามีการสรางพระเมรุมาศทรงบุษบก
ยอดมีชั้นเชิงกลอนเพียง ๕ ชั้น เทานั้น ผนังอาคารพระเมรุมาศองคประธานเปดโลงโดยรอบ ติดตั้งพระวิสูตรและ
ฉากบังเพลิงทั้ง ๔ ทิศ
ชั้นเชิงกลอนเรือนยอดบุษบกพระเมรุมาศองคประธาน แตละชั้นตกแตงดวยซุมบันแถลงใหญ และซุม
บันแถลงนอย ซุมบันแถลงใหญตรงกลางของชั้นเชิงกลอนชั้นที่ ๗ ซึ่งเปนชั้นบนสุด ประดับประติมากรรมนูนตํ่า
รูปพระโพธิสัตว มุมประดับนาคปก ถัดขึ้นไปเปนองคระฆังสี่เหลี่ยมยอมุมไมเทาตามการยอจากชุดผังเชิงกลอนและ
หลังคาลาด เหนือองคระฆังเปนบัลลังกยอมุมไมเทา ตอขึ้นไปเปนชุดชั้นเหม ๓ ชั้นลดหลั่นกัน ถัดขึ้นไปเปนบัวกลุม ๗
ชั้นตอดวยปลียอดประกอบเปนปลีตน คั่นดวยลูกแกว และปลีปลาย ยอดบนสุดของพระเมรุมาศองคประธานประดิษฐาน
พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร (ฉัตรขาว ๙ ชั้น) ความสูง ๕ เมตร ๑๐ เซนติเมตร ระบายฉัตรชั้นลางสุดมีขนาดความกวาง
๑ เมตร ๒๐ เซนติเมตร ลดหลั่นกันขึ้นไปถึงฉัตรชั้นที่ ๙ ปลียอดฉัตรเปนทรงองคระฆังตอดวยบัวกลุม ทําดวยทองเหลือง
กลึงปดทอง ปลีปลายเปนโลหะทองแดงกลึงรับเพื่อตอสายลอฟา
ภายในพระเมรุมาศองคประธาน ติดตั้ง พระจิตกาธาน เปนที่ประดิษฐานพระบรมโกศ และเปนที่ถวายพระเพลิง
พระบรมศพ ประกอบดวยแทนฐานสําหรับถวายพระเพลิงรูปสี่เหลี่ยมผืนผา ภายในเปนเตาควบคุมไฟถวายพระเพลิง
ซึ่งสมเด็จพระเจาอยูหัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชวินิจฉัยใหถวายพระเพลิงพระบรมศพ
ดวยทอนฟนไมจันทนตามโบราณราชประเพณี สวนบนของแทนฐานพระจิตกาธานใสดินเสมอปากฐานปูผาขาว
วางทอนฟนไมจันทน ถัดขึ้นไปเปนตะแกรงเหล็กสําหรับประดิษฐานพระหีบจันทนทรงพระบรมศพและพระโกศจันทน
ยอดพระจิตกาธานเปนเรือนยอดซอนชั้น ๙ ชั้นเชิงกลอน ดานขางทําเปนหลังคาปะรํายื่นออกทั้งสองขาง ปลายยอดสุด
ประดับพรหมพักตรปดทอง ชั้นฐานบัวรับแทนมุมทั้งสี่ประดับดวยฉัตรดอกไมสด ๗ ชั้น และตกแตงดวยเครื่องสด คือ
1172

