Page 381 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 65
P. 381
ี
ึ
ื
ุ
ภูมิค้มกันได้ดีท่สุดในปัจจุบัน อาจก่อให้เกิดการแพร่เช้อได้มากข้นไปอีกในอนาคต จากการสืบค้นจากระบบฐานข้อมูลกลาง
์
ั
ื
้
ิ
่
ุ
ี
ี
ิ
ุ
์
ั
โรคติดเชอไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควด-๑๙) พบสายพนธโอมครอน สายพนธยอย BA.2.75.2 จากประเทศไทยเพยงรายเดยว
ุ
ำ
ยังไม่สามารถคานวณความได้เปรียบในการแพร่ระบาดเม่อเปรียบเทียบกับสายพันธ์โอมิครอน สายพันธ์ย่อย BA.4 และ BA.5
ุ
ื
ที่ระบาดในประเทศไทยได้ เพราะจำานวนตัวอย่างสายพันธุ์ย่อย BA.2.75.2 ในประเทศไม่มากพอ
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศูนย์จีโนมทางการแพุทย์ คณะแพุทยศาสตุร์ โรงพุยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
วัันอังคาร์ ที่่� ๑๓ กันยายน พุุที่ธศัักร์าช ๒๕๖๕
�
�
เร์ือง ศัาลฎ่กาแผนกคด่สิงแวัดล้อมพุิพุากษาให้กร์มป่าไม้เย่ยวัยาฟื้นฟูอ่าวัมาหยา หลังอนุมัติให้บร์ิษที่
ั
�
ำ
เอกชนเข้าไปถ่ายที่าภาพุยนตร์์เมือพุที่ธศัักร์าช ๒๕๔๑ และชดใช้เงินจำานวัน ๑๐ ล้านบาที่
ุ
ภาพ : https://www.sanook.com/travel/1433473/
ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก อ่านคาพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีส่งแวดล้อม ในคดีท่องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบ ่ ี
ำ
ี
ิ
ำ
ี
และองค์การบริหารส่วนตาบลอ่าวนาง อาเภอเมืองกระบ่ จังหวัดกระบ กับพวกรวม ๑๙ คน ร่วมกันเป็นโจทก์ย่นฟ้องรัฐมนตรีว่าการ
ี
ำ
่
ื
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมป่าไม้ อธิบดีกรมป่าไม้ บริษัท ซันต้า อินเตอร์เนชั่นแนล ฟิล์มโปรดักชั่น จำากัด และบริษัท ทเวนตี้
เซนจูรี่ ฟอกซ์ จำากัด เป็นจำาเลยที่ ๑–๕ ในความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติส่งเสริม
และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕
ำ
์
ื
ำ
่
ี
กรณีเม่อพุทธศักราช ๒๕๔๑ จาเลยท ๑–๓ ได้อนุมัติให้จาเลยท ๔–๕ เข้าไปถ่ายทาภาพยนตร เร่อง “เดอะบีช”
ื
ำ
ี
่
ี
ี
โดยตกแต่งเปล่ยนแปลงสภาพพ้นท่ชายหาดอ่าวมาหยาบนเกาะพีพ ซ่งอย่ในเขตอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพีเล
ู
ี
ื
ึ
ำ
ี
์
่
ำ
จังหวัดกระบ เพ่อใช้ถ่ายทาภาพยนตร อันเป็นการเปล่ยนแปลงสภาพธรรมชาติและส่งแวดล้อมเดิม โจทก์จึงขอให้ศาลมีคาพิพากษา
ื
ี
ิ
ั
ำ
ี
ำ
ี
่
่
ำ
ำ
ให้คาส่งจาเลยท ๑–๓ ท่อนุญาตจาเลยท ๔ เข้าไปถ่ายภาพยนตร์เป็นโมฆะ ให้จาเลยร่วมกันวางเงินประกันค่าความเสียหาย
ี
ี
่
ี
ื
่
ำ
ั
ำ
หากจาเลยไม่วางเงินขอให้ศาลมีคาส่งกระทาการใด ๆ เพ่อตกแต่งอ่าวมาหยา ขอให้จาเลยท ๑–๓ เพิกถอนใบอนุญาตจาเลยท ๔–๕
ำ
ำ
ำ
เข้าถ่ายทำาภาพยนตร์ และขอให้จำาเลยร่วมกันปรับปรุงแก้ไขสภาพชายหาดมาหยา กลับคืนสภาพเดิมตามธรรมชาติ
ี
ิ
ำ
่
ี
่
ำ
ั
ศาลช้นต้นพิพากษาให้จาเลยท ๒ ปรับปรุงแก้ไขหาดมาหยาให้กลับคืนสภาพเดิมตามธรรมชาต โดยให้จาเลยท ๒
ำ
ื
ี
่
ำ
แต่งต้งคณะทางานเพ่อทาแผนการแก้ไขฟ้นฟูและการใช้ประโยชน์อย่างย่งยืนบริเวณอ่าวมาหยา ประกอบด้วยโจทก์ท ๑–๒ และ
ื
ั
ั
ำ
ั
ี
ู
ำ
ี
ำ
ี
้
ผ้เช่ยวชาญท่ศาลมีคาส่งแต่งต้งในคดีน และผ้แทนจากภาคเอกชนตามท่จาเลยท ๒ เห็นสมควร ภายใน ๓๐ วันนับแต่วันอ่านคา
ู
ี
ี
ั
่
ื
ั
พิพากษา เพ่อเสนอแผนการฟ้นฟูระบบนิเวศและการใช้ประโยชน์อย่างย่งยืนบริเวณอ่าวมาหยาต่อศาลเพ่อพิจารณาการปฏิบัต ิ
ื
ื
ตามแผนของคณะทำางาน ส่วนจำาเลยที่ ๔–๕ ให้รับผิดตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ฉบับลงวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒
ซ่งตามสัญญาน้น จาเลยท ๕ ประสงค์และยินดีจะอานวยการช่วยเหลืออนุรักษ์ทรัพยากรและส่งแวดล้อม โดยมอบเงิน ๑๐ ล้านบาท
ี
ั
่
ำ
ึ
ำ
ิ
เพื่อให้โจทก์ที่ ๑–๒ นำาไปใช้เพื่อการอนุรักษ์ตามอำานาจหน้าที่ และโจทก์ที่ ๑ จะรายงานผลการปฏิบัติงานต่อศาลทุกกำาหนด ๑ ปี
ำ
ต่อเนื่องกันเป็นเวลา ๓ ปีหรือจนกว่าเงินจะหมด ส่วนจาเลยที่ ๑ และที่ ๓ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง จำาเลยยื่นอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ แผนกคดีสิ่งแวดล้อม พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องจำาเลยที่ ๒ ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำาพิพากษา
ศาลชั้นต้น โจทก์ที่ ๑–๒ ยื่นฎีกา
เดืือนกัันยายน พุุทธศักัราช ๒๕๖๕ 371
ั

