Page 385 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 65
P. 385
ี
ประเทศไทยขณะน้มีแนวคิดหลากหลายในการบริหารจัดการกัญชา พืชกัญชา และวัตถุหรือสารต่าง ๆ จาก กัญชา แต่แนวคิด
๒ ข้อที่กำาลังก่อปัญหาในปัจจุบันและผลเสียต่อไปในอนาคต คือ
ิ
้
้
ิ
่
้
ี
ึ
่
ั
ื
ั
(๑) กญชาไมใชยาเสพตดใหโทษ : ในทางการแพทยและกฎหมายสากล กญชาคอยาเสพตดใหโทษ จงตองมกฎหมาย
์
ี
ควบคุมเพ่อไม่ให้ใช้ในทางท่ผิด การกาหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษตามทางการแพทย์และกฎหมายสากล จะทาให้หน่วยงานรัฐ
ื
ำ
ำ
้
้
้
ั
ุ
ู
ำ
ั
ี
ี
ั
ุ
ั
ิ
่
ี
นากฎหมายและขอบงคบเก่ยวกบยาเสพติดมาควบคมการใช้กญชาในทางท่ผดได การมงให้ความรโดยไม่มกฎหมายควบคุม
ไม่สามารถจัดการปัญหายาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังจะเห็นว่าหลังวันพฤหัสบดี ที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ องค์กร
และหน่วยงานต่าง ๆ มากมายต้องออกกฎระเบียบของตนเพ่อปกป้องคนในองค์กรหรือหน่วยงานจากกัญชาแทนกฎหมายจากรัฐบาล
ื
ี
(๒) การให้ประชาชนปลูกและใช้กัญชารักษาโรคเอง : แนวคิดน้ขัดแย้งกับกัญชาทางการแพทย์และการควบคุมการใช ้
กัญชาในทางที่ผิด เนื่องจาก
ั
ี
ื
(ก) กัญชาท่ประชาชนท่วไปปลูกเป็นกัญชาท่ไม่มีคุณภาพและปนเป้อนง่าย : กัญชาเป็นพืชท่ดูดซับสารพิษ
ี
ี
และโลหะหนักได้มาก การปลูกแบบมีคุณภาพทำาได้ยากและทำาให้สารสำาคัญ เช่น THC, CBD ในผลผลิตมีปริมาณที่ไม่แน่นอน
(ข) ประชาชนไม่มีความร้ด้านกัญชาทางการแพทย์มากพอ : ในขณะท่กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษท่อันตราย
ี
ู
ี
ื
ึ
ี
ำ
ู
กัญชาทางการแพทย์ก็เป็นศาสตร์ท่ลึกซ้งและมีรายละเอียดมาก เพ่อความปลอดภัยของผ้ป่วย ประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ได้กาหนด
ให้แพทย์และเภสัชกรต้องได้รับการอบรมกัญชาทางการแพทย์ก่อนจึงจะให้รักษาได้ การให้ผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านกัญชาทางการแพทย์
รักษาผู้ป่วย นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้ว ยังอาจก่อให้เกิดโทษร้ายแรงต่อผู้ป่วยได้อีกด้วย
(ค) การไม่สามารถแยกระหว่างกัญชาทางการแพทย์กับกัญชาเพ่อนันทนาการ : ผ้ท่เสพกัญชาเพ่อนันทนาการสามารถ
ื
ู
ี
ื
ใช้เหตุผลทางการแพทย์เพื่อคงการใช้แบบนันทนาการของตน
ื
ื
่
่
่
้
ึ
ี
้
ั
ู
้
ู
่
(ง) เยาวชนหรอคนอนเขาถงกัญชาไดโดยงาย : เนองจากผปลกอาจจะมความยอหยอนในการปองกันการเขาถงกญชา
ื
่
้
ึ
้
ของเยาวชนหรือคนอื่น
(จ) การนำากัญชาไปผสมอาหารจนเกิดผลเสียต่อสุขภาพ โดยไม่สามารถหาผู้รับผิดชอบได้
(ฉ) การเสพเพื่อนันทนาการที่บ้านไม่เป็นความผิด ทั้งที่การเสพนั้นจะเป็นผลเสียต่อผู้เสพและผู้ใกล้ชิดในครอบครัว
รวมทั้งเด็กและเยาวชน ทั้งในระยะฉับพลันและระยะยาว
การทำาให้กัญชาทางการแพทย์เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ควรมีหลักการเบื้องต้น ดังนี้
(๑) การดำาเนินการและการบำาบัดรักษาโรค/ภาวะใด ต้องอิงหลักฐานเชิงประจักษ์แบบปัจจุบัน ส่วนความเชื่อหรือความ
รู้ดั้งเดิมนั้น ให้มีการพิสูจน์ด้วยกระบวนการวิจัยที่ได้มาตรฐาน จนทราบถึงประโยชน์และโทษอย่างถ่องแท้ก่อนนำาไปใช้กับผู้ป่วย
(๒) ผลิตภัณฑ์กัญชาต้องมีคุณภาพและอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติยา : เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย
ผลิตภัณฑ์กัญชา ผลิตภัณฑ์ที่นำามาใช้ต้องไม่มีสารปนเปื้อน ใช้สารสกัดและมีปริมาณของสารออกฤทธิ์ที่ สำาคัญ คือ THC และ CBD
คงที่ในทุกผลิตภัณฑ์ที่จำาหน่าย ผลิตภัณฑ์กัญชาเพื่อการแพทย์ควรอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติยา เช่น มีการขึ้นทะเบียนยา ข้อบ่งใช้
ข้อห้ามใช้ ข้อควรระวัง เอกสารกำากับยา เป็นต้น
(๓) กลุ่มผู้ให้การรักษา เช่น แพทย์ เภสัชกร ต้องได้รับการอบรมการใช้กัญชามาก่อน
(๔) ผู้ป่วยต้องได้รับการคัดกรองและประเมินตั้งแต่ก่อน ระหว่าง และหลังการรักษา
ำ
(๕) มีหน่วยงานภาครัฐกากับดูแลผลิตภัณฑ์กัญชา เช่น สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา จัดหาและบริหาร
ำ
ี
ำ
ู
ำ
ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์โดยอาจดาเนินการเช่นเดียวกับยาเสพติดให้โทษประเภท ๒ ท่ถูกนามาใช้ทางการแพทย์อย่แล้ว
ี
ำ
ี
เช่น มอร์ฟีน เมธาโดน ด้วยวิธีการเช่นน นอกจากสานักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะจัดหาผลิตภัณฑ์กัญชาท่มีคุณภาพให้แล้ว
้
ยังสามารถควบคุมมิให้เกิดการนำาผลิตภัณฑ์กัญชาไปใช้ในทางที่ผิดได้อีกด้วย
ื
ำ
เน่องจากหลายประเทศยังกาหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษ และกัญชาท่ได้จากการปลูกโดยบุคคลท่วไปไม่มีคุณภาพ
ี
ั
ื
และมีสารปนเป้อนสูง ระบบการปลูกและผลิตกัญชาของไทยในปัจจุบันจึงไม่สามารถส่งออกไปขายยังต่างประเทศและก่อให้เกิดมูลค่า
้
ำ
้
ิ
ทางเศรษฐกจของประเทศได การสงเสรมการปลกกญชามากจะทาใหกญชาลนตลาด (ภายในประเทศ) ราคาตาลง และนามาใชเองไดงาย
ั
้
ำ
่
้
้
่
ิ
่
ั
ู
ำ
ึ
ื
ำ
ี
หรือเกิดแรงจูงใจให้ใช้เองมากข้น โดยเฉพาะการใช้เพ่อนันทนาการ ทาให้ได้รับสารพิษและธาตุโลหะหนักจากกัญชา ซ่งท้ายท่สุด
ึ
จะเกิดผลเสียมากมายต่อสุขภาพและเศรษฐกิจที่จะตามมา
เดืือนกัันยายน พุุทธศักัราช ๒๕๖๕ 375
ั

