Page 379 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 65
P. 379
วัันจันที่ร์์ ที่่� ๑๒ กันยายน พุุที่ธศัักร์าช ๒๕๖๕
�
่
ำ
เร์ือง ศัาลฎ่กาพุิพุากษาจาคุกนายร์าเกซ สักเสนา นักการ์เงินธนาคาร์ สัญชาติอินเดย ๓๓๕ ปี พุร์้อมให้ชดใช ้
ั
ผู้เส่ยหายกวั่า ๒,๕๐๐ ล้านบาที่ ฐานกร์ะที่าผิดพุร์ะร์าชบัญญัติหลักที่ร์พุย์ พุ.ศั. ๒๕๓๕ กร์ณ่ทีุ่จร์ิต
ำ
ปล่อยกู้ธนาคาร์โดยไม่ม่หลักปร์ะกัน
ภาพ : https://www.js100.com/en/site/news/view/121770
ำ
ำ
ศาลอาญากรุงเทพใต อ่านคาพิพากษาฎีกา คดีพนักงานอัยการ สานักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายราเกซ
้
ิ
ี
ิ
ั
ั
ี
ั
ั
ิ
ั
ั
์
ำ
ำ
็
ั
ั
ิ
ุ
สกเสนา อาย ๗๐ ป นกการเงินการธนาคาร สญชาตอนเดย เปนจาเลยฐานกระทาผดพระราชบญญตหลกทรพยและตลาดหลกทรพย ์
ั
พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยเอาสำานวน ๓ สำานวนมารวมและสืบพยานรวมกันผ่านการประชุมทางไกล (Video Conference) ไปยังเรือนจำา
ซึ่งเป็นสถานที่คุมขังนายราเกซ สักเสนา ทั้งนี้ นายราเกซ สักเสนา ได้หลบหนีความผิดไปยังรัฐบริติช โคลัมเบีย ประเทศแคนาดา
ต่อมาศาลฎีกาแคนาดามีคำาสั่งให้ส่งตัวนายราเกซ สักเสนา เป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำาเนินคดีในประเทศไทย
ำ
ื
ำ
ึ
พนักงานอัยการ สานักงานอัยการสูงสุด ฟ้องว่า เม่อพุทธศักราช ๒๕๓๗–๒๕๓๙ จาเลยซ่งเป็นท่ปรึกษากรรมการ
ี
ผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำากัด (มหาชน) (Bangkok Bank of Commerce Public Company Limited: BBC)
กับพวก ให้ความสะดวกแก่นายเกริกเกียรต ชาลีจันทร (เสียชีวิตแล้ว) อดีตกรรมการผ้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จากัด
ำ
ิ
ู
์
์
ื
่
ำ
(มหาชน) ได้ทุจริตใช้บัตรการอนุมัติให้สินเช่อเกินบัญชีเกินกว่า ๓๐ ล้านบาท ได้แก บริษัท สมประสงค อินเตอร์คอมมิวนิเคช่น จากัด
ั
ั
และเอกชนรายอ่นรวม ๑๐ แห่ง โดยการอนุมัติดังกล่าวไม่ผ่านการพิจารณากล่นกรองจากคณะกรรมการสินเช่อ หรือคณะกรรมการ
ื
ื
บริหารของธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำากัด (มหาชน) ก่อน และได้อนุมัติสินเชื่อโดยผู้ขอสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ตลอดจนไม่มี
ั
ี
ื
้
การวิเคราะหฐานะของลกหน และความสามารถในการชาระหน้คน อันเป็นการฝ่าฝนคาส่งธนาคารแห่งประเทศไทย และพฤติการณ์อน ๆ
ื
ำ
ี
่
์
ำ
ู
ื
์
โจทก์ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจาเลยตามความผิด พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๕ และข้อหา
ำ
ำ
อ่น ๆ และให้จาเลยคืนเงินจานวน ๗๒๒,๑๓๖,๐๐๕.๐๓ บาท จานวน ๑,๔๒๗,๑๙๕,๗๙๙.๙๒ บาท กับจานวน ๓๕๓,๓๖๓,๙๖๖ บาท
ื
ำ
ำ
ำ
แก่ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำากัด (มหาชน) ผู้เสียหายด้วย และนับโทษจำาเลยต่อจากคดีอื่น ๆ
ี
ำ
ั
คดีน้ศาลช้นต้น และศาลอุทธรณ พิพากษาว่าจาเลยผิดตามฟ้อง จาคุกกระทงละ ๕ ป และปรับกระทงละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท
ี
ำ
์
รวม ๖๗ กระทง จำาคุกรวม ๓๓๕ ปี และปรับ ๓๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่ตามกฎหมายลงโทษจริง ๒๐ ปี ถ้าไม่ชำาระค่าปรับให้กักขัง
๒ ปี ให้ชดใช้เงินแก่ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำากัด (มหาชน) ในสำานวนคดีแรกจำานวน ๗๒๒,๑๓๖,๐๐๕.๐๓ บาท ในสำานวน
คดีที่ ๒ จำานวน ๑,๔๒๗,๑๙๕,๗๙๙.๙๒ บาท และในสำานวนคดีที่ ๓ จำานวน ๓๕๓,๓๖๓,๙๖๖ บาท
็
่
่
ี
ิ
่
ั
ี
ี
้
์
ั
ี
่
้
้
ั
ำ
ำ
์
ำ
ั
ื
ศาลฎกาเหนวาพยานหลกฐานทโจทกนาสบมารบฟงไดโดยปราศจากขอสงสยวาจาเลยกระทาผดตามทโจทกฟอง ฎกา
ของจำาเลยฟังไม่ขึ้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำาเลยมีความผิดนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน จำาคุก ๓๓๕ ปี
จำาคุกจริง ๒๐ ปี และค่าปรับ และชดใช้เงินรวมยอด ๓ สำานวน ๒,๕๓๖,๑๙๕,๗๗๐.๙๕ บาท โดยศาลได้ออกหมายจำาคุกคดีถึงที่สุด
ตามผลคำาพิพากษาของศาลฎีกา
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศาลฎีกา
เดืือนกัันยายน พุุทธศักัราช ๒๕๖๕ 369
ั

