Page 66 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 66
ที่เกี่ยวข้องจนส่งผลให้เกิดเป็นการระบาดระลอกใหม่ขึ้นเป็นวงกว้าง รัฐบาลจึงมีความจำาเป็นที่ต้องกำาหนดและบังคับใช้บรรดามาตรการต่าง ๆ
เพื่อเข้าแก้ไขและระงับยับยั้งสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวนี้ อาศัยอำานาจตามความใน มาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการ
ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำาหนด
และข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลาย ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การห้ามใช้อาคารหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ห้ามการใช้อาคารหรือสถานที่ของโรงเรียนและสถาบันการศึกษา
ทุกประเภทที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำาหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด เพื่อการจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรม หรือการทำา
กิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำานวนมาก เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ (๑) เป็นการเรียนการสอนหรือกิจกรรมเพื่อการสื่อสารแบบ
ทางไกลหรือด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (๒) เป็นการใช้อาคารหรือสถานที่เพื่อให้ความช่วยเหลือ สงเคราะห์ อุปถัมภ์ หรือให้การอุปการะแก่
บุคคล (๓) เป็นการจัดกิจกรรมของทางราชการหรือกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
หรือผู้ว่าราชการจังหวัด (๔) เป็นโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาที่มีขนาดเล็กที่มีจำานวนนักเรียนรวมทั้งโรงเรียนไม่เกิน ๑๒๐ คน
หรือเป็นโรงเรียนตำารวจตระเวนชายแดน ข้อ ๒ การห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ห้ามการจัดกิจกรรมในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่
กำาหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำานวนมากและมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้โดยง่าย เช่น การประชุม การสัมมนา การจัดเลี้ยง
การแจกจ่ายอาหารหรือสิ่งของต่าง ๆ เว้นแต่เป็นการดำาเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็น
การจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่กำาหนดให้เป็นสถานที่กักกันโรคโดยมีมาตรการทางสาธารณสุขรองรับ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยคำาแนะนำาของ
คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดโดยคำาแนะนำาของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด กำาหนดหลักเกณฑ์
การพิจารณาอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ความรับผิดชอบ ข้อ ๓ การปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค
ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัด อาศัยอำานาจตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อพิจารณาสั่งปิดสถานบริการ สถานประกอบการ
ที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำาหนดให้เป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ข้อ ๔ เงื่อนไข
การเปิดดำาเนินการ ในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำาหนดให้เป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้สถานที่ กิจการ หรือการทำากิจกรรม ดังต่อไปนี้เปิดดำาเนินการ
ได้ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา และการจัดระบบและระเบียบต่าง ๆ ที่กำาหนด (๑) การจำาหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้จัดระเบียบการเข้า
ใช้บริการ จำานวนผู้นั่งบริโภคในร้าน การจัดสถานที่ให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติและมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำาหนด โดยอาจให้เป็น
ลักษณะของการนำากลับไปบริโภคที่อื่น โดยให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - ๑๙ กระทรวงมหาดไทย และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ร่วมกันพิจารณาประเมิน กำาหนดรูปแบบและกำากับการดำาเนินการตามข้อปฏิบัติและมาตรการดังกล่าวของแต่ละ
พื้นที่จังหวัด ให้มีความเหมาะสม (๒) การจำาหน่ายสุรา สำาหรับร้านอาหารหรือสถานที่ซึ่งจำาหน่ายสุรา ห้ามการบริโภคสุรา และเครื่องดื่มที่มี
แอลกอฮอล์ในร้าน (๓) ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ ร้านสะดวกซื้อ
ซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ให้เปิดทำาการได้ตามเวลาปกติของสถานที่นั้น ๆ ภายใต้การดำาเนินการ
มาตรการป้องกันโรค ที่ทางราชการกำาหนดอย่างเคร่งครัด ข้อ ๕ มาตรการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่เพื่อการป้องกันระงับยับยั้ง
การแพร่โรคที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละเขตพื้นที่สถานการณ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด อาจพิจารณา
ดำาเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อในการสั่งปิด จำากัด หรือห้ามการดำาเนินการของพื้นที่ สถานที่ หรือพาหนะ หรือสั่งให้งดการทำา
กิจกรรมอื่นในเขตพื้นที่รับผิดชอบซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่กำาหนดได้ โดยให้ดำาเนินการตามมาตรการ
หรือแนวปฏิบัติตามข้อกำาหนด (ฉบับที่ ๑๕) ข้อ ๖ การตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจและคัดกรองการเดินทาง
โดยใช้เส้นทางคมนาคมข้ามเขตพื้นที่จังหวัด โดยเฉพาะการเดินทางของบุคคล จากเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำาหนดให้เป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด
ทั้งนี้ ให้ดำาเนินการตามมาตรการที่ ศปก.ศบค. กำาหนด โดยให้พิจารณาถึงความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ และต้องไม่เป็นการก่อความเดือดร้อน
แก่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ ให้ประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดเว้นแต่กรณีมีเหตุจำาเป็น ซึ่งต้องแสดงเหตุผล
และหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งเข้ารับการตรวจคัดกรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำาหนด อันอาจทำาให้
ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและทำาให้ต้องใช้ระยะเวลาการเดินทางมากกว่าปกติ ข้อ ๗ ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการภาคเอกชน
พิจารณารูปแบบการปฏิบัติงานในช่วงระยะเวลานี้ ซึ่งอาจเป็นการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง หรือการสลับวันหรือการเหลื่อมเวลาเข้าปฏิบัติ
งานเพื่อลดจำานวนผู้ปฏิบัติงานและปริมาณการเดินทางซึ่งเป็นมาตรการลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณา
ผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการป้องกัน และยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ตรวจสอบกลั่นกรอง และ
เสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุญาตให้ผ่อนคลายหรือกระชับมาตรการที่ใช้บังคับกับสถานที่ กิจการ หรือกิจกรรมเพิ่มเติมได้เพื่อความ
เหมาะสมต่อสถานการณ์ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ตั้งแต่วันจันทร์ ที่ ๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เวลา ๖ นาฬิกา เป็นต้นไป”
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กระทรวงมหาดไทย
56 จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔

