Page 441 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 441
(๒) การปรับเงื่อนไขกำาหนดเวลาการให้บริการของสวนสาธารณะ สนามกีฬา ยิม ฟิตเนส หรือสถานที่เพื่อการออกกำาลังกาย
ทุกประเภท ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้สามารถเปิดดำาเนินการได้ตามเวลาปกติแต่ไม่เกินเวลา ๒๒ นาฬิกา
ข้อ ๘ การเตรียมความพร้อมเพื่อการผ่อนคลายมาตรการสำาหรับกิจการบางประเภทในอนาคต สถานบริการ สถานประกอบการ
ที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ยังคงให้ปิดดำาเนินการทั่วราชอาณาจักรในช่วงเวลานี้
ผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสถานประกอบการควรเตรียมความพร้อมในการปรับปรุงสภาพแวดล้อม การจัดการสถาน
ที่และบุคลากรเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่หรือติดโรค เช่น การจัดสถานที่ให้อากาศสามารถหมุนเวียนถ่ายเทได้ดีหรือมีระบบฟอกอากาศ
การให้พนักงานผู้ให้บริการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่ทางราชการกำาหนด รวมทั้งการปฏิบัติตามมาตรการ คำาแนะนำา และแนวปฏิบัติของ
ทางราชการ
ให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำาเนินการเพื่อเตรียมพร้อมใน
การกำากับดูแลให้สถานประกอบการดำาเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ที่ได้กำาหนดไว้เพื่อการผ่อนคลาย ให้สามารถเปิดดำาเนินการได้ในอนาคต
ตามความพร้อมและความเหมาะสม รวมทั้งเป็นไปตามแผนและกรอบเวลาที่รัฐบาลกำาหนด
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันเสาร์ ที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป”
ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) มีมติให้ปรับบัญชีรายชื่อจังหวัดตามพื้นที่
สถานการณ์ และปรับมาตรการควบคุม แนบท้ายคำาสั่งที่ ๑๕/๒๕๖๔ มีดังนี้
พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) จาก ๒๙ จังหวัด เหลือ ๒๓ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี จันทบุรี
ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครนายก นครศรีธรรมราช นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ปราจีนบุรี ปัตตานี อยุธยา ยะลา ระยอง ราชบุรี
สงขลา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสระบุรี
พื้นที่ควบคุมสูงสุด (พื้นที่สีแดง) จาก ๓๗ จังหวัด เหลือ ๓๐ จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย
เชียงใหม่ ตรัง ตราด นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี มหาสารคาม ระนอง ลพบุรี ศรีสะเกษ สตูล สระแก้ว
สิงห์บุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ อ่างทอง อุดรธานี อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ และนครราชสีมา
พื้นที่ควบคุม (พื้นที่สีส้ม) จาก ๑๑ จังหวัด เป็น ๒๔ จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กำาแพงเพชร นครพนม น่าน บึงกาฬ บุรีรัมย์ พะเยา
พังงา แพร่ ภูเก็ต มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด ลำาปาง ลำาพูน เลย สกลนคร สุโขทัย หนองคาย หนองบัวลำาภู อุตรดิตถ์ อุทัยธานี
และอำานาจเจริญ
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)
วันอาทิตย์ ที่ ๑๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำาสั่งจัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด - ๑๙
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคำาสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๑/๒๕๖๔ เรื่อง จัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด - ๑๙
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อให้การบริหารจัดการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นไปอย่างเหมาะสม
มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสภาพเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ในเขตพื้นที่ดังกล่าว
สมควรกำาหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด - ๑๙ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นเพื่อทำาหน้าที่ประสานงานกับส่วน
ราชการต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการบูรณาการการปฏิบัติราชการให้สามารถขับเคลื่อน ติดตาม และแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นการ
เฉพาะและชั่วคราว
“อาศัยอำานาจตามความในข้อ ๔ (๓) ของคำาสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๕/๒๕๖๓ เรื่อง จัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตาม
พระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำานวยการ
ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - ๑๙ จึงมีคำาสั่งดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในคำาสั่งนี้ “จังหวัดชายแดนภาคใต้” หมายความว่า จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดสงขลา และ
อาจรวมพื้นที่บางส่วนหรือทั้งหมดของจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกันตามที่นายกรัฐมนตรีกำาหนด
ข้อ ๒ ให้มี “ศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด - ๑๙ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” ภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์
โควิด - ๑๙ (เรียกโดยย่อว่า “ศบค.ส่วนหน้า”) มีที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์) เป็นผู้อำานวยการศูนย์ มีองค์ประกอบ
หน้าที่และอำานาจ ดังนี้
เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ 431

