Page 439 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 439

วันศุกร์ ที่ ๑๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔

            เรื่อง   ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) มีมติให้
                   ปรับรายชื่อจังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์ และปรับมาตรการควบคุมพื้นที่สูงสุดและเข้มงวด
                     พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกข้อกำาหนดตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการใน
            สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๓๕) ความว่า
                     “ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันพฤหัสบดี ที่ ๒๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓

            และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ ๑๔ จนถึงวันอังคาร ที่ ๓๐ พฤศจิกายน
            พุทธศักราช ๒๕๖๔ นั้น
                     เพื่อเป็นการปรับปรุงและผ่อนคลายความเข้มงวดของมาตรการควบคุมโรคต่าง ๆ ที่ได้กำาหนดขึ้น ให้สอดคล้องกับภาพรวมของ
            สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ในประเทศที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเปรียบเทียบกับ
            สถานการณ์ในภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก ด้วยที่ผ่านมาการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมและจำากัดขอบเขตพื้นที่การระบาดของ
            โรคได้ ดังเช่นในหลายจังหวัดพบผู้ติดเชื้อเฉพาะในบางเขตพื้นที่เท่านั้น และผู้ป่วยที่มีอาการของโรครุนแรงได้ลดจำานวนลง ในขณะที่ผู้ที่ได้รับ
            การรักษาจนหายเป็นปกติมีจำานวนเพิ่มสูงขึ้น ในส่วนของการดำาเนินการตามแผนการฉีดวัคซีน เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต่างมีส่วนร่วมในการ
            ประสาน จัดหา และนำาเข้าวัคซีนชนิดต่าง ๆ เพื่อให้ฝ่ายสาธารณสุขได้จัดสรรและเร่งฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งห้วงเวลา

            ที่ผ่านมาได้เริ่มฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มเยาวชน นักเรียน นักศึกษาเพื่อให้สามารถกลับมาสู่สภาพการเรียนการสอนตามปกติได้อย่างปลอดภัย
            นอกจากนี้ รัฐบาลได้เตรียมจัดหายาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพซึ่งคาดว่าจะสามารถนำามาใช้เพื่อรักษาโรคนี้ได้ในไม่ช้า อย่างไรก็ดี การติดตาม
            และกำากับดูแลของพนักงานเจ้าหน้าที่ยังคงมีความสำาคัญและจำาเป็นอย่างยิ่ง เพื่อควบคุมให้การดำาเนินกิจการและกิจกรรมของทั้งบุคคลและ
            สถานที่ต่าง ๆ อยู่ภายใต้เงื่อนไขของการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคที่ได้ประกาศไว้แล้ว เช่น มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบ
            ครอบจักรวาล มาตรการปลอดภัยสำาหรับองค์กร หรือมาตรการควบคุมโรคแนวใหม่เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ก็เพื่อขับเคลื่อนภาค
            เศรษฐกิจของประเทศ เป็นการสร้างบรรยากาศ การเข้าใจสถานการณ์ และการรู้จักใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันให้ได้ เพื่อฟื้นฟูความเป็นอยู่ให้ใกล้กับภาวะ
            ปกติและกระตุ้นเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการดำาเนินมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อมุ่งเป้าหมายสู่การป้องกันและควบคุมโรคแก่ประชาชนอย่าง
            สมดุลและยั่งยืน สอดคล้องกับแผนการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศเจตนารมณ์และแนวทางไว้เมื่อวันจันทร์
            ที่ ๑๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
                     อาศัยอำานาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๘ และมาตรา ๑๑
            แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำาหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลายตาม
            คำาแนะนำาของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) (ศบค.) ดังต่อไปนี้

                     ข้อ ๑ การปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์ ให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
            ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) มีคำาสั่งปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัดจำาแนกตามเขตพื้นที่สถานการณ์ตามบัญชีรายชื่อจังหวัดแนบท้ายคำาสั่ง เพื่อให้สอดคล้อง
            กับสถานการณ์การระบาดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยให้นำามาตรการควบคุมแบบบูรณาการที่กำาหนดไว้สำาหรับพื้นที่สถานการณ์ระดับต่าง ๆ
            ข้อห้ามและข้อปฏิบัติที่ได้ประกาศไว้แล้วก่อนหน้านี้มาใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำาหนดนี้ สำาหรับจังหวัดที่ได้ปรับระดับเขตพื้นที่
            สถานการณ์ขึ้นใหม่ตามคำาสั่งที่ออกตามข้อกำาหนดนี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมการด้านบุคลากร สถานที่
            และประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมเพื่อการดำาเนินการตามมาตรการ ข้อห้าม และข้อปฏิบัติต่าง ๆ
            เป็นการล่วงหน้า
                     ข้อ ๒ ห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค โดยกำาหนดปรับปรุงเฉพาะเรื่องจำานวนบุคคลที่เข้ารวมกลุ่มเพื่อทำากิจกรรม

            จำาแนกตามเขตพื้นที่สถานการณ์ ดังนี้ (๑) พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำานวนรวมกัน
            มากกว่าห้าสิบคน (๒) พื้นที่ควบคุมสูงสุด ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำานวนรวมกันมากกว่าหนึ่งร้อยคน (๓) พื้นที่
            ควบคุม ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำานวนรวมกันมากกว่าสองร้อยคน (๔) พื้นที่เฝ้าระวังสูง ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่ง
            มีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำานวนรวมกันมากกว่าสามร้อยคน (๕) พื้นที่เฝ้าระวัง ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำานวน
            รวมกันมากกว่าห้าร้อยคน โดยให้ข้อห้ามการจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ขั้นตอนการขออนุญาตจัดกิจกรรม การพิจารณาอนุญาต
            รวมทั้งกิจกรรมหรือการรวมกลุ่มที่ได้รับยกเว้นที่สามารถจัดได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ตามข้อ ๔ และข้อ ๕ แห่งข้อกำาหนด (ฉบับที่ ๓๐)
            ลงวันอาทิตย์ ที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ยังคงบังคับใช้ต่อไป
                     ข้อ ๓ การปรับเวลาการห้ามออกนอกเคหสถานสำาหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามบุคคลใดในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและ
            เข้มงวดออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา ๒๓ นาฬิกา ถึง ๓ นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น ต่อเนื่องไปจนถึงวันอาทิตย์ ที่ ๓๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔



                                                                                      เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ 429
   434   435   436   437   438   439   440   441   442   443   444