Page 320 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 320
วันพฤหัสบดี ที่ ๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง ศาลฎีกาอ่านคำาพิพากษาจำาคุกนายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นเวลา ๑๒ เดือน โดยไม่รอลงอาญา และ
ให้นับโทษจำาคุกต่อจากคดีก่อนหน้า
ภาพ : https://www.thaipost.net/main/detail/109036
ศาลฎีกาอ่านคำาพิพากษาฎีกา ในคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีได้ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๙ สิงหาคม
พุทธศักราช ๒๕๖๑ เรื่องขอให้ยกเลิกหมายจำาคุกซึ่งออกโดยศาลชั้นต้น เมื่อวันศุกร์ ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๑ ในคดีที่นายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นจำาเลย คดีหมายเลขดำา อ.๔๑๗๖/๒๕๕๒ (คดีหมายเลขแดง อ.๒๔๐/๒๕๕๘) ในความ
ผิดหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘ กรณีนายจตุพรกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าประวิงเวลาใน
การทำาความเห็นเสนอต่อสำานักราชเลขาธิการ เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งศาลฎีกาพิพากษาวันอังคาร ที่ ๑๙
ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ ให้จำาคุกนายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นเวลา ๑๒ เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้นับโทษจำาคุกต่อจากโทษจำาคุก
ในคดีหมายเลขดำา อ.๔๙๐๗/๒๕๕๕ (หมายเลขดำา อ.๑๙๖๒/๒๕๕๒)
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ยื่นคำาร้องคัดค้านต่อศาลชั้นต้นว่า ศาลชั้นต้นและศาลฎีกาไม่มีอำานาจพิพากษาให้นับโทษจำาคุก
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ต่อจากคดีหมายเลขดำา อ.๔๙๐๗/๒๕๕๕ จึงขอให้ศาลแก้ไขคำาพิพากษายกเลิกหมายจำาคุกฉบับเก่าซึ่งให้นับโทษต่อ
และให้ออกหมายจำาคุกคดีถึงที่สุดใหม่ ซึ่งศาลได้พิจารณาแล้วมีคำาสั่งให้ยกคำาร้องเพราะยกเลิกคำาพิพากษาเดิมไม่ได้ เนื่องจากศาลฎีกามีคำา
พิพากษาถึงที่สุดแล้ว และได้ออกหมายตามคำาพิพากษาแล้ว ผู้ยื่นคำาร้องจึงได้คำาอุทธรณ์คำาสั่งดังกล่าว
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกระบวนการพิจารณาเพิ่มเติมของผู้ยื่นคำาร้อง พบว่ามีความผิดพลาดของการย่อคำาพิพากษาศาลชั้นต้นคดี
หมายเลขดำา อ.๔๑๗๖/๒๕๕๒ ทำาให้เข้าใจคลาดเคลื่อนและไม่เป็นธรรมกับตัวผู้ยื่นคำาร้อง ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษายกคำาสั่งของศาลชั้นต้นที่
ไม่นับโทษจำาคุกนายจตุพร พรหมพันธุ์ ในคดีนี้ต่อจากโทษจำาคุกในคดีอาญาตามหมายเลขคดีแดงที่ อ.๔๙๐๗/๒๕๕๕ และให้ยกเลิกหมายจำาคุก
คดีถึงที่สุดของจำาเลยลงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ของศาลชั้นต้น และออกหมายจำาคุกคดีถึงที่สุดใหม่เพื่อบังคับตามคำาพิพากษาฎีกาต่อไป
หลังศาลอุทธรณ์อ่านคำาพิพากษาดังกล่าวไม่มีคำาค้าน ศาลจึงมีคำาสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ ชั่วคราว ระหว่างจะฎีกา
โดยมีหลักทรัพย์ประกันตัว ๒๐๐,๐๐๐ บาท ไม่มีการกำาหนดเงื่อนไขใด ๆ
ศาลฎีกาตรวจสำานวนและประชุมปรึกษาหารือแล้ว มีปัญหาข้อวินิจฉัยตามฎีกาของจำาเลยที่ร้องต่อศาลอุทธรณ์พิพากษา ที่มีผล
ทำาให้การนับโทษจำาคุกต่อจากโทษจำาคุกในคดีหมายเลขคดีแดงที่ อ.๔๙๐๗/๒๕๕๕ ของศาลชั้นต้นนั้นชอบหรือไม่ ซึ่งได้ข้อยุติได้ว่า การนับ
โทษต่อจากคดีเรื่องใดเป็นข้อยกเว้นของการบังคับโทษจำาคุกตามที่บัญญัติไว้ในอาญาประมวลกฎหมาย มาตรา ๒๒ โทษจำาคุก ให้เริ่มแต่วันมี
คำาพิพากษา แต่ถ้าผู้ต้องคำาพิพากษาถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษา ให้หักจำานวนวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำาคุกตามคำาพิพากษา เว้นแต่
คำาพิพากษานั้นจะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น โดยมีหลักเกณฑ์ว่า คดีที่ขอให้นับโทษต่อนั้น ศาลต้องมีคำาพิพากษา ลงโทษจำาคุกก่อนที่คดีหลักจะมี
คำาพิพากษาโดยไม่ต้องคำานึงว่าคดีนั้นถึงที่สุดแล้วหรือไม่ หากคดีหลักยังไม่ถึงที่สุด ศาลจะนับโทษจำาคุกของจำาเลยต่อจากโทษในคดีที่ขอให้
นับโทษต่อได้
ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ก่อนที่คดีนี้ศาลฎีกาจะมีคำาพิพากษาในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลฎีกาได้มีคำาพิพากษาให้ลงโทษจำาคุก
จำาเลย ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำาพิพากษายกฟ้อง ก็เป็นอำานาจของศาลฎีกาที่จะสั่งให้นับโทษจำาเลยต่อ ประกอบกับคดีนี้
ในชั้นอุทธรณ์และฎีกา จำาเลยก็อุทธรณ์และฎีกาเพียงว่าจำาเลยไม่ได้กระทำาความผิด ไม่ได้โต้แย้งคำาพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ใน
เรื่องการนับโทษต่อว่าไม่ชอบแต่อย่างใด ศาลฎีกามีคำาพิพากษาแล้ว และล่วงเลยระยะเวลาอุทธรณ์และฎีกา จึงเท่ากับจำาเลยยอมรับในเรื่อง
คดีที่ขอให้นับโทษ ศาลฎีกาจึงมีคำาพิพากษาให้นับโทษจำาเลยต่อวันที่เริ่มนับโทษจำาคุกในคำาพิพากษา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยศาลอุทธรณ์ ฎีกา
ของจำาเลยฟังไม่ขึ้น ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศาลฎีกา
310 จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔

