Page 316 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 316
วันอังคาร ที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงสาธารณสุขจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) เพิ่มเติม
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำาสำานักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบให้กระทรวงสาธารณสุข
ดำาเนินการจัดหาวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์ เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ให้แก่ประชาชน โดยให้อธิบดีกรมควบคุมโรค
เป็นผู้ลงนามในสัญญา พร้อมรับข้อสังเกตจากสำานักงานอัยการสูงสุด เพื่อไปดำาเนินการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนไฟเซอร์ แต่ไม่สามารถเปิดเผย
รายละเอียดในสัญญาได้ เพราะเป็นหนึ่งในข้อตกลงในสัญญาเพิ่มเติมกับผู้ผลิต
คณะรัฐมนตรียังพิจารณาเห็นชอบการทำาความตกลงกับสหรัฐอเมริกา ในการรับมอบวัคซีนไฟเซอร์ที่บริจาคให้แก่ประเทศไทย
วัคซีนไฟเซอร์จะเป็นวัคซีนหลักที่รัฐบาลจะจัดหามาให้แก่ประชาชน ส่วนวัคซีนโมเดอร์นาถือเป็นวัคซีนทางเลือกที่ประชาชนต้องชำาระเงินกับ
ภาคเอกชน นอกจากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังมีมติเห็นชอบจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค ๑๐.๙ ล้านโดส วงเงิน ๖,๑๑๑,๔๑๒,๐๐๐ บาท เป็นการใช้เงิน
จากวงเงินกู้ โดยให้กรมควบคุมโรคเป็นผู้ดำาเนินการจัดหาวัคซีน โดยใช้งบประมาณแบ่งเป็น เดือนกรกฎาคม ๓,๘๙๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท
เดือนสิงหาคม ๒,๑๖๙,๙๖๐,๐๐๐ บาท และมีค่าบริการจัดการวัคซีนและส่วนที่เกี่ยวข้องอีก ๔๖,๖๕๒,๐๐๐ บาท
การจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นานี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้จัดซื้อโดยทำาสัญญากับ บริษัท ซิลลิค
ฟาร์มา จำากัด โดยให้ผู้อำานวยการองค์การเภสัชกรรม เป็นผู้ลงนามในสัญญา พร้อมกับรับข้อสังเกตจากสำานักงานอัยการสูงสุดไปดำาเนินการ
ให้เหมาะสมกับการเจรจาเช่นเดียวกัน
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักนายกรัฐมนตรี
วันอังคาร ที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง กรุงเทพมหานครดำาเนินการเปิดศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)
ในพื้นที่ ๖ กลุ่มเขต
กรุงเทพมหานครดำาเนินการเปิดศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ (Community Isolation) ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(โควิด - ๑๙) เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ยังตกค้างอยู่ในชุมชนเข้าสู่ระบบการดูแลเบื้องต้นโดยทีมแพทย์พยาบาลจากโรงพยาบาลและศูนย์บริการ
สาธารณสุขของกรุงเทพมหานครได้อย่างรวดเร็ว โดยตั้งเป้าหมายจำานวน ๒๐ ศูนย์ รองรับผู้ป่วยจำานวน ๓,๐๐๐ คน
ขณะนี้กรุงเทพมหานครได้เปิดศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อแล้ว ๘ แห่ง ในพื้นที่ ๖ กลุ่มเขต คือ (๑) กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ ได้แก่
ศูนย์สร้างสุขทุกวัยจตุจักร เขตจตุจักร รับผู้ป่วยได้จำานวน ๑๒๐ เตียง (๒) กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง ได้แก่ วัดอินทรวิหาร (อาคารปฏิบัติธรรม)
เขตพระนคร รับผู้ป่วยได้จำานวน ๒๐๐ เตียง (๓) กลุ่มเขตกรุงเทพใต้ ได้แก่ วัดสะพาน เขตคลองเตย รับผู้ป่วยได้จำานวน ๒๕๐ เตียง และ
วัดปากบ่อ เขตสวนหลวง สามารถรับผู้ป่วยได้จำานวน ๑๔๐ เตียง (๔) กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก ได้แก่ ศูนย์สร้างสุขทุกวัย เขตหนองจอก
รับผู้ป่วยได้จำานวน ๑๐๐ เตียง (๕) กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ ได้แก่ วัดศรีสุดาราม เขตบางกอกน้อย สามารถรับผู้ป่วยได้จำานวน ๙๐ เตียง
(๖) กลุ่มเขตกรุงธนใต้ ได้แก่ ศูนย์สร้างสุขทุกวัยบางแค (เรืองสอน) เขตบางแค รับผู้ป่วยได้จำานวน ๑๕๐ เตียง และศูนย์สร้างสุขทุกวัย
บางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน รับผู้ป่วยได้จำานวน ๑๒๐ เตียง
จากนี้กรุงเทพมหานครกำาหนดจะเปิดศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อเพิ่มอีก ๓ แห่ง ในพื้นที่กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ ได้แก่ ศูนย์กีฬา
รามอินทรา เขตบางเขน รับผู้ป่วยได้จำานวน ๑๕๐ เตียง ศูนย์กีฬาประชานิเวศน์ เขตจตุจักร รับผู้ป่วยได้จำานวน ๑๘๐ เตียง และศูนย์สร้าง
สุขทุกวัยดอนเมือง เขตดอนเมือง รับผู้ป่วยได้จำานวน ๑๕๐ เตียง
306 จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔

