Page 174 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 174
วันพฤหัสบดี ที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง กระทรวงการคลังปิดโครงการ “คนละครึ่ง” รวมมียอดการใช้จ่ายกว่า ๑๐๒,๐๖๕ ล้านบาท มีผู้ใช้
สิทธิ ๑๔,๗๙๓,๕๐๒ คน
โครงการ “คนละครึ่ง” ระยะที่ ๒ เฟส ๒ สิ้นสุดโครงการวันพุธ ที่ ๓๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ มียอดการใช้จ่ายตลอด
โครงการ ๑๐๒,๐๖๕ ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย ๕๒,๒๕๑ ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก ๔๙,๘๑๔ ล้านบาท มีผู้ใช้สิทธิ
ทั้งสิ้น ๑๔,๗๙๓,๕๐๒ คน จากเป้าหมาย ๑๕ ล้านคน โดยมีผู้ใช้จ่ายครบ ๓,๕๐๐ บาท จำานวน ๗,๘๑๙,๙๒๕ คน ใช้จ่ายตั้งแต่ ๓,๐๐๐ บาท
ขึ้นไป จำานวน ๑๓,๖๕๓,๕๖๕ คน หรือประมาณร้อยละ ๙๒ ของผู้ใช้สิทธิทั้งหมด จังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด ๕ อันดับแรก ได้แก่
กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ สงขลา และเชียงใหม่ ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศขยายตัวต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ ๖ เดือนตั้งแต่
ไตรมาสสุดท้ายของพุทธศักราช ๒๕๖๓ ถึงไตรมาสแรกของพุทธศักราช ๒๕๖๔ แสดงถึงความร่วมมือร่วมใจของประชาชนและผู้ประกอบการ
รายย่อยที่มีส่วนช่วยส่งเสริมการบริโภคในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก และก่อให้เกิดการหมุนเวียนของการผลิตและการค้า
ที่เกี่ยวเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้โครงการคนละครึ่งประสบความสำาเร็จ
กระทรวงการคลังตรวจพบการใช้จ่ายที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ “คนละครึ่ง” และได้มีการระงับการใช้แอปพลิเคชันและ
การจ่ายเงินร้านค้า รวมทั้งจัดส่งข้อมูลร้านค้าและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำาผิดดังกล่าวให้แก่สำานักงานตำารวจแห่งชาติ และกองบังคับการ
ปราบปรามการกระทำาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) เพื่อสืบสวนสอบสวนและดำาเนินการทางกฎหมายทั้งสิ้น ๗๔๙ ราย
โดยมีการร้องทุกข์กล่าวโทษร้านค้าและประชาชนที่เกี่ยวข้องแล้ว ๘๕ ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำานักงานตำารวจแห่งชาติ
และกองบังคับการปราบปรามการกระทำาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการคนละครึ่งจะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการอื่นของกระทรวงการคลังได้อีก
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กระทรวงการคลัง
วันพฤหัสบดี ที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) กำาหนด
มาตรการผ่อนคลายการกักตัวสำาหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย แบ่งเป็น ๓ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑
กักตัว ๗ วัน กลุ่มที่ ๒ กักตัว ๑๐ วัน กลุ่มที่ ๓ กักตัว ๑๔ วัน
ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) (ศบค.) กำาหนดมาตรการผ่อนคลายการ
กักตัวสำาหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ดังนี้ ปัจจุบันผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยต้องกักตัว ๑๔ วัน จากนี้จะมีการกักตัวแยกเป็น
๓ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ ๑ จะมีการกักตัว ๗ วัน หากเป็นชาวต่างชาติจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ ๑๔ วัน ก่อนการเดินทาง กลุ่มที่ ๒ กักตัว
๑๐ วัน เป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนมาแล้วแต่ยังไม่ถึง ๑๔ วัน ก่อนการเดินทาง หรือได้รับวัคซีนยังไม่ครบ ๒ โดส กลุ่มที่ ๓
เป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีรายงานสายพันธุ์กลายพันธุ์ มีการกักตัวอย่างน้อย ๑๔ วัน เช่น สายพันธุ์แอฟริกา บราซิล อังกฤษ หรือใน
อนาคตอาจมีสายพันธุ์อื่น ๆ ทั้ง ๓ กลุ่มนี้จะมีการนับเวลาของวันเริ่มที่เที่ยงคืนหรือ ๒๔ นาฬิกา ถึง ๑๘ นาฬิกา หมายความว่าหากเดินทาง
มาถึงประเทศไทยก่อนเวลา ๑๘ นาฬิกา จะนับวันเดินทางที่เดินทางถึงเป็นวันที่หนึ่งในการเข้าสู่สถานกักกัน แต่ถ้าเดินทางถึงประเทศไทย
หลังเวลา ๑๘ นาฬิกา ถึงเวลา ๒๔ นาฬิกา จะนับวันที่หนึ่งของการกักตัวเป็นวันรุ่งขึ้นหลังจากที่มาถึงประเทศไทย
นอกจากนี้ การตรวจค้นหาเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ของชาวต่างชาติก่อนที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย จะต้องมีการ
ตรวจหาเชื้อ และยืนยันไม่มีรายงานการติดเชื้อ คือ เป็นลบ จึงสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ กลุ่มกักตัว ๗ วัน จะตรวจผลเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(โควิด - ๑๙) ครั้งที่หนึ่งในวันที่ ๕ - ๖ แต่สำาหรับกรณีคนไทยที่เดินทางกลับประเทศ ซึ่งไม่ได้มีการตรวจเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)
ก่อนเดินทาง จะมีการตรวจหาเชื้อโดยการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งทางจมูก (Swab) ตั้งแต่วันแรกที่เดินทางถึงประเทศไทย และตรวจอีกครั้ง
ในวันที่ ๕ - ๖ กลุ่มที่มีการกักตัว ๑๐ วัน จะมีการตรวจเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) สองครั้ง ครั้งแรกคือวันที่ ๓ - ๕ และตรวจอีกครั้ง
วันที่ ๙ - ๑๐ ส่วนกลุ่มสุดท้ายที่มีการกักตัว ๑๔ วัน จะมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) โดยแบบสวอป ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑
คือ วันที่เดินทางถึงประเทศไทยในวันแรก ครั้งที่ ๒ ในวันที่ ๖ - ๗ และครั้งที่ ๓ คือ วันที่ ๑๒ - ๑๓
ทั้งนี้ ยังมีกำาหนดด้วยว่าทุกกลุ่มจะต้องยินยอมให้มีระบบติดตามตัวจนครบ ๑๔ วัน ถึงแม้ว่าจะออกจากสถานกักกันไปแล้ว
มาตรการนี้เริ่มประกาศใช้ในวันพฤหัสบดี ที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)
164 จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔

