Page 175 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 175
วันศุกร์ ที่ ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง ศาลปกครองกลางพิพากษาตัดสินให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไม่ต้องชดใช้
ค่าเสียหายคดีทุจริตรับจำานำาข้าว จำานวนกว่า ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท และเพิกถอนการยึดอายัดทรัพย์สิน
ภาพ : https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2021/03/
ศาลปกครองกลาง อ่านคำาพิพากษาเพิกถอนคำาสั่งกระทรวงการคลังที่ ๑๓๕๑/๒๕๕๙ ลงวันพฤหัสบดี ที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙
ที่ให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีปล่อยให้มีการทุจริตโครงการรับจำานำาข้าวและเพิกเฉย
ไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ราชการ เป็นเงิน ๓๕,๗๑๗,๒๗๓,๐๒๘.๒๓ ล้านบาท ให้เพิกถอนคำาสั่ง ประกาศ และการดำาเนินการใด ๆ
ของกรมบังคับคดี อธิบดีกรมบังคับคดี และเจ้าพนักงานบังคับคดี สำานักงานบังคับคดีแพ่ง กรุงเทพมหานคร ในการยึดอายัดทรัพย์สิน
เพื่อดำาเนินการขายทอดตลาดที่สืบเนื่องจากคำาสั่งดังกล่าว และเพิกถอนคำาสั่งกระทรวงการคลังตามหนังสือลับด่วนที่สุด ที่ กค ๐๒๐๖/ล ๒๑๗๔
ลงวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ ที่ยกคำาร้องขอกันส่วนในฐานะเจ้าของร่วมในคดีที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี
ร่วมกันยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการคลัง สำานักนายก
รัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กรมบังคับคดี อธิบดีกรมบังคับคดี และเจ้าพนักงานบังคับคดี สำานักงานบังคับคดีแพ่ง กรุงเทพมหานคร กรณีที่
ร่วมกันมีคำาสั่งดังกล่าว ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในคดีมีการทุจริตเกิดขึ้นในเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ มีเจ้าหน้าที่หลายคนเกี่ยวข้อง แต่การสอบสวนของ
คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด กลับมิได้มีการดำาเนินสอบสวนให้ได้ว่า เจ้าหน้าที่คนใดควรต้องรับผิดเป็นจำานวนเท่าใดจากการ
ทุจริต อีกทั้งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับรู้เกี่ยวข้องเฉพาะขั้นตอนการทำา (MOU) การซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการ
ทำาสัญญา การที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด เห็นว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายคนในมูลละเมิด ย่อมเป็นอำานาจหน้าที่
ที่ต้องสอบสวนหาตัวผู้รับผิด และจำานวนค่าสินไหมทดแทนที่มีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องอีกหลายคนต้องชดใช้ เพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่อื่นที่มีส่วน
ต้องรับผิดในมูลละเมิดเดียวกันกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับผิดตามสัดส่วน นำาจำานวนเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่ต้องรับผิดมากำาหนดสัดส่วน
ความรับผิดของแต่ละคน มิใช่พิจารณาเพียงเสนอความเห็นว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้เดียวเป็นผู้กระทำาโดยจงใจปล่อยให้มีการทุจริต
และเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการ
ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงยังปรากฏในคำาให้การของกระทรวงการคลัง ลงวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๓ ยอมรับว่า ไม่มีหลักฐานแน่ชัดในการ
พิจารณาความรับผิดทางแพ่งว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้สั่งการทำาให้เกิดความเสียหาย หรือเป็นผู้มีส่วนร่วมโดยตรงในการกระทำา
ละเมิด การกำาหนดสัดส่วนให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับผิดจึงมิได้เป็นไปตามกฎหมายกำาหนดใน พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิด
ของเจ้าหน้าที่ พุทธศักราช ๒๕๓๙ และระเบียบสำานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิด และไม่เป็น
ไปตามหนังสือกระทรวงการคลังด่วนที่สุด ที่ กค ๐๔๐๖.๒/ว ๖๖ ลงวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๐ ประกอบกับคณะอนุกรรมการปิดบัญชี
รับจำานำาข้าวไม่มีอำานาจหน้าที่ประเมินความคุ้มค่าของโครงการ ไม่อาจพิจารณาเพียงผลกำาไรขาดทุนทางบัญชีจากการซื้อขายข้าวตามข้อมูล
ของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีรับจำานำาข้าว แต่ต้องคิดคำานวณการหักค่าข้าวเสื่อมคุณภาพ ข้าวคงเหลือในคลังสินค้า การระบายข้าวในคลังของ
รัฐบาลที่ยังคงเหลืออยู่ ซึ่งอยู่ระหว่างรอการระบายข้าวให้ได้ข้อยุติก่อน การที่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีคำาสั่งให้
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับผิดชดใช้ในอัตราร้อยละ ๒๐ ของมูลค่าความเสียหาย ๑๗๘,๕๘๖,๓๖๕,๑๔๑ บาท คิดเป็นเงิน
๓๕,๗๑๗,๒๗๓,๐๒๘.๒๓ บาท ไม่ถูกต้องเป็นธรรม
ศาลได้วินิจฉัยแล้วว่า คำาสั่งกระทรวงการคลัง ที่กระทรวงการคลังที่ ๑๓๕๑/๒๕๕๙ เป็นคำาสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีอำานาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองดำาเนินการยึดอายัดทรัพย์สินของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขายทอดตลาด
และไม่มีอำานาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองยึดอายัดทรัพย์สินที่นายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อ้างว่ามีกรรมสิทธิ์
เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ 165

