Page 169 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 169

ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล ๒๐๒๐ (Miss Grand International 2020) ครั้งที่ ๘ ของโลก

            ระหว่างวันศุกร์ ที่ ๑๙ ถึงวันเสาร์ ที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ มีนางงาม ๖๐ ประเทศ เข้าร่วมการประกวด การประกวดรอบตัดสินจัดขึ้นใน
            วันเสาร์ ที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ณ โชว์ดีซี ฮอลล์ กรุงเทพมหานคร ผลการตัดสินปรากฏว่า อัลเบนา แอพเพีย มิสแกรนด์จากสหรัฐอเมริกา
            ได้รับตำาแหน่งมิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล ๒๐๒๐ ซาแมนตา เบอนาโด มิสแกรนด์จากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ได้รับตำาแหน่งรองอันดับ ๑ อิวานนา
            บาทเชอลอว์ มิสแกรนด์จากสาธารณรัฐกัวเตมาลา ได้รับตำาแหน่งรองอันดับ ๒ ออรา คาริสมา มิสแกรนด์จากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้รับ
            ตำาแหน่งรองอันดับ ๓ และลาลา เกส มิสแกรนด์จากสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ได้รับตำาแหน่งรองอันดับ ๔ ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับตำาแหน่งมิสแกรนด์
            อินเตอร์เนชันแนล ๒๐๒๐ ต้องย้ายมาพำานักอยู่ในประเทศไทยตลอดช่วงเวลาที่ดำารงตำาแหน่งเป็นเวลา ๑ ปี เพื่อปฏิบัติภารกิจตามแคมเปญ
            “Stop the War and Violence : ยุติสงครามและความรุนแรงทุกรูปแบบ” ของการประกวด
                     นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับรางวัลอื่น ๆ เพิ่มเติม ประกอบด้วย รางวัลชุดว่ายนำ้ายอดเยี่ยม ได้แก่ ลาลา เกส มิสแกรนด์จากสหพันธ์
            สาธารณรัฐบราซิล รางวัลชุดประจำาชาติยอดเยี่ยม ๓ รางวัล ได้แก่ รุริ ซาจิ มิสแกรนด์จากประเทศญี่ปุ่น นางสาวพัชรพร จันทรประดิษฐ์
            มิสแกรนด์จากประเทศไทย และอิวานนา บาทเชอลอว์ มิสแกรนด์จากสาธารณรัฐกัวเตมาลา รางวัลชุดราตรียอดเยี่ยม ได้แก่ แองเจลา ยูริอา
            มิสแกรนด์จากสหรัฐเม็กซิโก และรางวัลพอปพิวลาร์โหวต ได้แก่ จัสเบล โรเบิร์ต มิสแกรนด์จากประเทศมาเลเซีย


            หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : บริษัท มิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล จำากัด

            วันอาทิตย์ ที่ ๒๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔

            เรื่อง   พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
                   มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลตำารวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล พ้นจากตำาแหน่ง
                   ที่ปรึกษาพิเศษประจำาสำานักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) สำานักงานปลัดสำานักนายกรัฐมนตรี

                   สำานักนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา (สบ ๙) สำานักงานตำารวจแห่งชาติ
                     ประกาศสำานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการพลเรือนสามัญพ้นจากตำาแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการตำารวจ ความว่า

                     “มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลตำารวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ข้าราชการพลเรือนสามัญ ซึ่งคณะกรรมการ
            ข้าราชการตำารวจมีมติเห็นชอบให้รับโอนมาบรรจุเป็นข้าราชการตำารวจ พ้นจากตำาแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษประจำาสำานักนายกรัฐมนตรี
            (นักบริหารระดับสูง) สำานักงานปลัดสำานักนายกรัฐมนตรี สำานักนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งให้ดำารงตำาแหน่ง ที่ปรึกษา (สบ ๙) สำานักงานตำารวจ
            แห่งชาติ ตั้งแต่วันเสาร์ ที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๔
                     ประกาศ ณ วันอาทิตย์ ที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
                     พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี”

            หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักนายกรัฐมนตรี


            วันอาทิตย์ ที่ ๒๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
            เรื่อง   กระทรวงยุติธรรมจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายให้แก่นางสาวสุพรรณษา บำาเพ็ญเพียร ผู้เสียหาย

                   กรณีตกเป็นจำาเลยในคดียาเสพติดและต้องจำาคุกเป็นเวลา ๒๑ เดือน
                     นางสาวสุพรรณษา บำาเพ็ญเพียร บ้านเลขที่ ๗๗ หมู่ที่ ๖ บ้านโคกเพชร ตำาบลตระแสง อำาเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
            รับทราบหนังสือคำาวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำาเลยในคดีอาญา กระทรวงยุติธรรม
            ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๔ ว่าคณะกรรมการได้พิจารณาจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายให้แก่นางสาวสุพรรณษา บำาเพ็ญเพียร ผู้เสียหาย กรณี
            ตกเป็นจำาเลยในคดียาเสพติดเมื่อวันจันทร์ ที่ ๒๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ ซึ่ง ทำาให้นางสาวสุพรรณษา บำาเพ็ญเพียร ต้องจำาคุกระหว่างต่อสู้คดี

            จำานวน ๒ ครั้ง รวมเป็นเวลา ๒๑ เดือน โดยคณะกรรมการได้พิจารณาจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่าย ตามความในมาตรา ๘ มาตรา ๑๕ และมาตรา
            ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำาเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒)
            พ.ศ.๒๕๕๙ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง และกฎกระทรวงกำาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราในการจ่าย
            ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำาเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ ข้อ ๖ (๓)
            รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๔๗๒,๒๔๕ บาท แบ่งเป็นค่าทดแทนการถูกคุมขัง จำานวน ๒๘๓,๕๐๐ บาท และค่าขาดประโยชน์ทำามาหาได้ จำานวน
            ๑๘๘,๗๔๕ บาท

            หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กระทรวงยุติธรรม

                                                                                     เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ 159
   164   165   166   167   168   169   170   171   172   173   174