Page 166 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 166
วันพฤหัสบดี ที่ ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง สำานักงานคณะกรรมการอาหารและยาขึ้นทะเบียนวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ป้องกันโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ถือเป็นวัคซีนลำาดับที่ ๓ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้ใช้ในประเทศไทย
ภาพ : https://www.bbc.com/thai/international-56735144
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สำานักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้พิจารณา
อนุมัติขึ้นทะเบียนวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson & Johnson) ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ของบริษัท
แจนเซ่น - ซีแลก จำากัด แล้ว ถือเป็นวัคซีนรายที่ ๓ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนใช้ในประเทศไทย แต่ยังต้องใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำาให้มีวัคซีน
ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ขึ้นทะเบียนให้ใช้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ๓ ราย ได้แก่ ซิโนแวค แอสตราเซเนกา
และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เป็นการเพิ่มทางเลือกในการรับวัคซีนมากขึ้น
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักงานคณะกรรมการอาหารและยา
วันพฤหัสบดี ที่ ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง ศาลฎีการับคำาร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรณีการฝ่าฝืนหรือ
ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในจังหวัดราชบุรี และมีคำาสั่งให้
นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ หยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทันที
เวลา ๑๐ นาฬิกา ๑๕ นาที ศาลฎีกามีมติรับคำาร้องในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.) ยื่นคำาร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิก
สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในจังหวัดราชบุรี อันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัว
และส่วนรวม โดยให้นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ผู้คัดค้าน หยุดปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่ศาลฎีการับคำาร้อง จนกว่าจะมีคำาพิพากษาให้ผู้คัดค้าน
พ้นจากตำาแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้าน และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำาหนดเวลาไม่เกิน ๑๐ ปี
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๓๕ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๗ และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำารงตำาแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้ง
ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๓, ๑๑, ๑๗ และ ๒๗ วรรคสอง
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่าคำาร้องของผู้ร้องบรรยายพฤติการณ์ที่กล่าวหาพร้อมทั้งชี้ช่องพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอ
และผู้ร้องดำาเนินการครบถ้วนตาม ข้อ ๑๑ ของระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ
ตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. ๒๕๖๑ แล้ว ที่ผู้คัดค้านยื่นคำาร้องคัดค้านขอให้ไม่รับคำาร้องของผู้ร้องไว้วินิจฉัยนั้น เห็นว่าข้อบังคับ
ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๖๓ ไม่ตัดอำานาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม
การทุจริตแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๓๕ วรรคหนึ่ง (๑) ที่จะไต่สวนข้อเท็จจริงและเสนอเรื่อง
ต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ผู้ร้องจึงมีอำานาจไต่สวนและมีอำานาจยื่นคำาร้องคดีนี้ โดยนัดพิจารณาครั้งแรกหรือไต่สวนพยานผู้ร้อง ในวันศุกร์ ที่ ๓๐
เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ เวลา ๙ นาฬิกา ๓๐ นาที ด้วยเหตุนี้ จึงทำาให้นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
จนกว่าจะมีคำาพิพากษา เว้นแต่ศาลจะมีคำาสั่งเป็นอย่างอื่น
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศาลฎีกา
156 จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔

