Page 230 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 65
P. 230

อัยการสูงสุด ผู้ถูกกล่าวหา กรณีสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ผู้ต้องหาคดีขับรถชนดาบตำารวจ วิเชียร กลั่นประเสริฐ

                                                                 ู
                  ู
                                   ำ
                                                                                                  ำ
           ู
          ผ้บังคับหม่งานปราบปราม สถานีตารวจนครบาลทองหล่อ เสียชีวิต โดยมีผ้เข้าร่วมประชุม ๑๔ คน ลาประชุม ๑ คน ในจานวน ๑๔ คน
          ที่ประชุมให้งดออกเสียง จำานวน ๖ คน เนื่องจากเคยถูกตั้งเป็นกรรมการสอบสวนวินัยนายเนตร นาคสุข ดังนั้นกรรมการที่มีสิทธิ
          ลงมติจึงเหลือ ๘ คน
                                                                   ์
                                                                    ่
                                                                                                     ั
                   ่
                                                                                   ุ
                                                                                                 ั
                        ุ
                   ี
                                      ั
                  ทประชมคณะกรรมการอยการพจารณาแลวมีมตเปนเอกฉันทวา นายเนตร นาคสข ขาดความระมดระวงละเอยด
                                                           ็
                                                    ้
                                            ิ
                                                         ิ
                                                                                                          ี
                                                     ำ
                                                                                    ำ
          รอบคอบในการรับฟังข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานท่สาคัญในคด และไม่ให้ความสาคัญกับสานวนทุกประเภท ตามระเบียบ
                                                                            ำ
                                                              ี
                                                    ี
                                                                                  ี
                                      ำ
           ำ
          สานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ อันเป็นระเบียบท่ใช้บังคับในขณะกระทาความผิด
                                                                                                    ำ
                                                                             ำ
              ี
          ตามท่ถูกกล่าวหา เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง อันเป็นการกระทาความผิดฐานไม่ปฏิบัติหน้าท่ราชการ
                                                                                                      ี
          ด้วยความระมัดระวัง เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการ ไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ประมาทเลินเล่อใน
          หน้าที่ราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓
                                                                                                          ิ
                                                                  ุ
                                         ่
                                                                    ้
                                                                                                        ิ
                                     ิ
                                                 ่
                                                                                                            ั
                                                          ั
                                                 ี
                                                             ็
                                               ้
                  ความผดฐานประมาทเลนเลอในหนาทราชการ อนเปนเหตใหเสยหายแกราชการอยางรายแรง เปนความผดวนย
                        ิ
                                                                                         ้
                                                                             ่
                                                                                                 ็
                                                                                      ่
                                                                      ี
          อย่างร้ายแรง การกระทาของผ้ถูกกล่าวหาเป็นการกระทาคร้งเดียวผิดวินัยหลายฐาน จึงเห็นควรลงโทษในสถานความผิดวินัย
                                  ู
                             ำ
                                                          ั
                                                      ำ
                     ี
                                                                        ู
                                                                     ี
          อย่างร้ายแรงท่มีโทษหนักกว่า แต่ทางสอบสวนไม่ปรากฏพยานหลักฐานบ่งช้ว่าผ้ถูกกล่าวหาทุจริตต่อหน้าท่ราชการ จึงเห็นพ้อง
                                                                                             ี
                                                                                                         ั
                                                                                        ำ
                        ู
                                                                             ี
          กันว่าควรลงโทษผ้ถูกกล่าวหา “ให้ปลดออกจากราชการ” อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวน้เป็นการกระทาความผิดทางวินัยคร้งแรก
                                                                           ี
                                                                                                    ู
                                                                                                     ู
                                                                                                ้
                                                            ์
                                                                                                    ้
                                    ่
            ู
               ่
          ผถกกลาวหารบราชการมานานกวา ๔๐ ป และทาคณประโยชนแก่ราชการ กรณีมเหตุอันควรลดหย่อนโทษใหแก่ผถกกล่าวหา
                     ั
           ู
                                                 ำ
                                                   ุ
           ้
                                           ี
                             ี
                           ึ
          คณะกรรมการอยการจงมมตและมคาสงใหลงโทษนายเนตร นาคสข ผถกกลาวหาในสถาน “ใหออกจากราชการ” ตามพระราชบญญต    ิ
                                                                                                         ั
                      ั
                                                                                ้
                               ิ
                                                               ู
                                                                                                            ั
                                       ั
                                                             ้
                                                           ุ
                                          ้
                                                             ู
                                                                  ่
                                     ำ
                                       ่
                                    ี
                                                                                                      ี
                                                                        ำ
          ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๘๕ และมาตรา ๘๗ โดยคาส่งให้ออกจากราชการมีผลต้งแต่วันท่อนุมัติให  ้
                                                                          ั
                                                                                               ั
          นายเนตร นาคสุข ลาออกจากราชการ
                  ทั้งนี้ มติคณะกรรมการอัยการถือว่าสิ้นสุดแล้วในส่วนของการดำาเนินการทางวินัย หากนายเนตร นาคสุข ไม่เห็นด้วยกับ
          มติก็สามารถใช้วิธีทางปกครองโดยการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้
          หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักงานอัยการสูงสุด
          วัันพุฤหัสบด่ ที่่� ๑๙ พุฤษภาคม พุุที่ธศัักร์าช ๒๕๖๕
          เร์ือง   สมเด็จพุร์ะเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภร์ณวัลัยลักษณ์ อัคร์ร์าชกุมาร์่ กร์มพุร์ะศัร์่สวัางควััฒน
            �
                วัร์ขัตติยร์าชนาร์่ นายกสภาร์าชวัิที่ยาลัยจุฬาภร์ณ์และปร์ะธานร์าชวัิที่ยาลัยจุฬาภร์ณ์ ทีู่ลเกล้า
                ทีู่ลกร์ะหม่อมถวัายปร์ิญญาแพุที่ยศัาสตร์ดุษฎ่บัณฑิตกิตติมศัักดิ์ แดพุร์ะบาที่สมเด็จพุร์ะเจ้าอย่หวั
                                                                                                           ั
                                                                                                          ู
                                                                                 ่

                                       ภาพ : https://www.thaipost.net/hi-light/145015/
                  เวลา ๑๗ นาฬิกา ๓๕ นาที พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
                                                                ี
                                                                                   ี
                                                                                    ั
          และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชิน เสด็จออก ณ พระท่น่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
          พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน
                                                                                      ู
          วรขัตติยราชนาร นายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ พร้อมด้วยผ้บริหารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ  ์
                      ี
                                                                            ์
          เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด พร้อมฉลองพระองค์ครุย
                                                                                        ิ
                                                                                        ์
          แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
      220      จดหมายเหตุุประเทศไทย พุุทธศักราช ๒๕๖๕
   225   226   227   228   229   230   231   232   233   234   235