Page 135 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 65
P. 135
ู
์
์
ู
ำ
ำ
นายรณรงค พูลพิพัฒน ผ้อานวยการสานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยถึงดัชนีราคาผ้บริโภค
่
ื
ี
์
ของประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ พุทธศักราช ๒๕๖๕ อย่ท ๑๐๔.๑๐ เม่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ พุทธศักราช ๒๕๖๔
ู
์
ี
ั
ทาให้อัตราเงินเฟ้อท่วไปสูงข้นถึงร้อยละ ๕.๒๘ เป็นการปรับข้นอย่างต่อเน่องจากเดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ท่สูงข้น
ำ
ึ
ึ
ึ
ื
ี
ิ
ึ
ร้อยละ ๓.๒๓ ส่วนเงินเฟ้อเฉล่ย ๒ เดือน (มกราคม–กุมภาพันธ พุทธศักราช ๒๕๖๕) เพ่มข้นร้อยละ ๔.๒๕ เม่อเทียบกับ
์
ื
ช่วงเดียวกันในพุทธศักราช ๒๕๖๔
อัตราเงินเฟ้อเดือนทั่วไปกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ที่สูงขึ้นถึงร้อยละ ๕.๒๘ เป็นอัตราขยายตัวสูงสุดในรอบ ๑๓ ปี
ั
ั
ำ
ี
นับต้งแต่เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ท่ขยายตัวร้อยละ ๖ เพราะขณะน้นเป็นช่วงสงครามอิรัก และราคาขายปลีกน้ามันดีเซล
ำ
์
ึ
ี
ึ
ในประเทศไทยปรับตัวข้นถึงลิตรละ ๔๔.๒๔ บาท ส่วนสาเหตุหลักท่ทาให้เงินเฟ้อในเดือนกุมภาพันธ พุทธศักราช ๒๕๖๕ สูงมากข้น
ั
ุ
ึ
ื
มาจากราคาสินค้าในกล่มพลังงานสูงข้น อีกท้งราคาขายปลีกนำ้ามันเช้อเพลิงในประเทศ ค่ากระแสไฟฟ้า รวมถึงสินค้าในหมวดอาหาร
และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์สูงขึ้นตามต้นทุนการผลิตและราคาวัตถุดิบ
ี
แนวโน้มในเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ น้น หากราคานำ้ามันดิบตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส ท่ประเทศไทย
ั
์
ใช้เป็นฐานในการคำานวณเงินเฟ้อยังสูงกว่า ๑๐๐ ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อาจทำาให้เงินเฟ้อในเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ ๔ ถึง ๕ เพราะราคาน้ามันสูงกว่าเดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ บวกกับราคาสินค้าที่เอกชนปรับขึ้นราคา
ำ
ึ
ิ
ั
้
ั
อีกท้งราคาวตถุดบธัญพชท่สงข้นหลังเกิดสงครามระหว่างสหพันธรัฐรัสเซียและยูเครน ซ่งต้องติดตามว่าจะใชเวลานานเท่าใด ส่วนจะม ี
ื
ึ
ี
ู
ผลกระทบเป้าหมายหรือไม่ ต้องดูสถานการณ์ ๓ ถึง ๔ เดือนแรก ซึ่งสำานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าจะทำาการทบทวน
ตัวเลขหลังเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักงานนโยบายและยุทธศาสตุร์การค้า, กระทรวงพุาณิชย์
วัันศัุกร์์ ที่่� ๔ ม่นาคม พุุที่ธศัักร์าช ๒๕๖๕
เร์ือง ศัาลปกคร์องสูงสุดม่คาส�งใหพุิจาร์ณาคด่ใหม่ กร์ณ่ศัาลปกคร์องช้นต้นให้การ์ร์ถไฟแห่งปร์ะเที่ศัไที่ย
ำ
ั
�
้
ั
จ่ายค่าชดเชยแก่ บร์ิษัที่ โฮปเวัลล์ (ปร์ะเที่ศัไที่ย) จำากัด จำานวัน ๒๕,๗๑๑ ล้านบาที่
ภาพ : https://workpointtoday.com/hopewell-2/
วันศุกร์ ที่ ๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
่
ี
ำ
ี
่
ศาลปกครองสูงสุดมีคาส่งในคดีหมายเลขดาท ๑๐๗/๒๕๕๒ คดีหมายเลขแดงท ๓๖๖/๒๕๕๗ ระหว่างกระทรวง
ั
ำ
ั
้
ิ
ี
ำ
ิ
้
่
ู
ั
้
้
ี
่
้
ั
้
ู
คมนาคม ผรองท ๑ การรถไฟแหงประเทศไทย ผรองท ๒ และบรษท โฮปเวลล (ประเทศไทย) จากด ผคดคาน จากเดม
่
์
ู
ึ
ั
ี
ำ
ั
ั
ท่กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทยอุทธรณ์คาส่งของศาลปกครองช้นต้น ซ่งศาลปกครองช้นต้นไม่รับคาขอให้ศาล
ำ
้
ั
ิ
ั
พจารณาคดใหม ผ้ร้องจึงขอใหศาลปกครองสูงสุดมีคาสงให้ศาลปกครองช้นต้นรับคาขอดงกล่าวไว้พจารณา ทงน้ศาลปกครองช้น
ู
่
ำ
่
ั
้
ี
ำ
ั
ั
ี
ิ
ำ
ี
ต้นพิพากษาให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย บังคับตามคาช้ขาดของอนุญาโตตุลาการ เป็นเหตุให้ฝ่ายกระทรวง
ำ
คมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทยอาจจะต้องจ่ายชดเชยค่าเสียหายให้แก บริษัท โฮปเวลล (ประเทศไทย) จากัด จานวน
ำ
่
์
๒๕,๗๑๑ ล้านบาท
ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า จากคำาพิพากษาในคดีดังกล่าว ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย)
ึ
ู
จากัด ร้ว่ามีข้อพิพาทเกิดข้นเม่อวันศุกร ท ๓๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๑ อันเป็นวันท่ได้รับหนังสือแจ้งบอกเลิกสัญญาจากกระทรวง
์
ำ
ื
ี
ี
่
เดืือนมีีนาคมี พุุทธศัักราช ๒๕๖๕ 125

