Page 97 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 97
วันศุกร์ ที่ ๒๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง การจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ กรณีร่วมกันก่อเหตุปาวัตถุระเบิดแรงดันตำ่า
ใส่เจ้าหน้าที่ตำารวจ บริเวณหน้าศูนย์การค้าอาคารจามจุรีสแควร์ กรุงเทพมหานคร
ภาพ : https://www.isranews.org/article/isranews-news/95492-isranews-831.html
ณ สถานีตำารวจนครบาลปทุมวัน พลตำารวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำารวจนครบาล แถลงการจับกุมนายพรชัย
ประกาพวง นายณัฐสุต ศิริอัฐ และนายวีรยุทธ สัมฤทธิ์เรืองศรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในความผิด ๕ ข้อหา ดังนี้
(๑) ร่วมกันทำาร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ (๒) ร่วมกันทำาร้ายร่างกายผู้อื่น (๓) ร่วมกันกระทำาให้เกิดระเบิดขึ้น (๔) พกพาอาวุธ
เข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร (๕) ร่วมกันมีวัตถุระเบิดซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ใน
ครอบครอง ทั้งนี้ จับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางเสื้อผ้าที่สวมใส่วันก่อเหตุและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุจำานวน ๒ คัน
สืบเนื่องจากวันเสาร์ ที่ ๑๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ มีการชุมนุมต่อเนื่องกันหลายสถานที่ เริ่มจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สถานี
ตำารวจนครบาลพญาไท และศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ผู้ชุมนุมได้กระทำาผิดกฎหมาย โดยเฉพาะมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) เจ้าหน้าที่ตำารวจจึงเข้าดำาเนินการจับกุมผู้กระทำาผิดจำานวน ๖ ราย ต่อมาเวลา ๑๘ นาฬิกา
เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าอาคารจามจุรีสแควร์ กรุงเทพมหานคร ทำาให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำานวน ๕ ราย
หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำารวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด ๓ ราย
ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้มาร่วมชุมนุมก่อนก่อเหตุปาวัตถุระเบิด และอ้างว่าได้ทำาวัตถุระเบิดขึ้นมาเอง มีจุดประสงค์
เพื่อต้องการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำารวจ จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาที่ศาลอาญากรุงเทพใต้
เพื่อยื่นคำาร้องขอฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา ๑๒ วัน ตั้งแต่วันศุกร์ ที่ ๒๙ มกราคม ถึงวันอังคาร ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ เนื่องจาก
การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำาพยานเพิ่มเติมอีก ๕ ราย และรอผลตรวจสอบประวัติอาชญากร
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สถานีตำารวจนครบาลปทุมวัน
วันศุกร์ ที่ ๒๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง ข้อกำาหนดออกตามความในพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
(ฉบับที่ ๑๘) จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)
ข้อกำาหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑๘)
ความว่า
“ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันพฤหัสบดี ที่ ๒๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราว ๆ อย่างต่อเนื่องนั้น
ทั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากการปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งของพนักงานเจ้าหน้าที่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน อาสาสมัคร
ตลอดจนความร่วมมือร่วมใจของประชาชนทุกภาคส่วนตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ดังนั้น เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมสามารถ
ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง จึงสมควรผ่อนคลายการกำาหนดเขตพื้นที่สถานการณ์และการบังคับใช้บางมาตรการตามลำาดับขั้นตอนและตามสภาพ
ของพื้นที่ สถานการณ์ที่สอดคล้องกับมาตรการควบคุมแบบบูรณาการ เพื่อให้สถานที่ กิจการ หรือกิจกรรมที่มีความเหมาะสมและความพร้อม
สามารถเปิดดำาเนินการได้ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบและระเบียบต่าง ๆ และมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำาหนด
นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำาหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลาย ดังต่อไปนี้
เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ 87

