Page 8 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 8
ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีอำานาจในการวินิจฉัยชี้ขาดว่าบทกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ
ร่างพระราชบัญญัติ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ร่างข้อบังคับการประชุมสภา หรือการกระทำาใด ๆ ทั้งของรัฐและของบุคคลมี
ข้อความชอบ ขัด หรือขัดแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญ มีนายวรวิทย์ กังศศิเทียม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลปกครอง เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีอำานาจพิจารณาพิพากษาคดีพิพาทระหว่างหน่วยราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
กับเอกชน หรือระหว่างหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือเจ้าหน้าที่
ของรัฐด้วยกัน อันเนื่องมาจากการใช้อำานาจทางปกครองตามกฎหมายหรือเนื่องมาจากการดำาเนินกิจการทางปกครองของหน่วยงานราชการ
หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
รวมทั้งมีอำานาจพิจารณาพิพากษาเรื่องที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำานาจของศาลปกครอง
ศาลปกครอง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พุทธศักราช ๒๕๔๒ แบ่งออกเป็น ๒ ชั้น คือ
ศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุดในพุทธศักราช ๒๕๖๑ มีศาลปกครองชั้นต้น จำานวน ๑๕ แห่ง ประกอบด้วย ศาลปกครองกลาง ๑ แห่ง
ศาลปกครองภูมิภาค ๑๔ แห่ง มีศาลปกครองสูงสุดศาลเดียว มีนายปิยะ ปะตังทา เป็นประธานศาลปกครองสูงสุด ดำารงตำาแหน่งตั้งแต่
วันพฤหัสบดี ที่ ๓๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ ถึงวันจันทร์ ที่ ๒๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ และนายชาญชัย แสวงศักดิ์ ดำารงตำาแหน่ง
ตั้งแต่วันจันทร์ ที่ ๒๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
ศาลทหาร สังกัดกระทรวงกลาโหม ตามพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญศาลทหาร พุทธศักราช ๒๕๙๘ แต่มีอิสระในการพิจารณา
พิพากษาคดี โดยกรมพระธรรมนูญเป็นผู้วางระเบียบราชการของศาลทหารและอัยการทหาร มีอำานาจพิจารณาพิพากษาวางบทลงโทษ
ผู้กระทำาผิดต่อกฎหมายทหาร หรือกฎหมายอื่นในทางอาญา ในคดีซึ่งผู้กระทำาผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำานาจศาลทหารในขณะกระทำาผิด และมี
อำานาจสั่งลงโทษบุคคลใด ๆ ที่กระทำาผิดฐานละเมิดอำานาจศาลตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลทหารแบ่งออก
เป็น ๓ ชั้น คือ ศาลทหารชั้นต้น ศาลทหารชั้นกลาง และศาลทหารสูงสุด
เขตกำรบริหำรรำชกำรแผนดิน
่
ประเทศไทยแบ่งเขตการบริหารราชการแผ่นดินออกเป็น ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ตามรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พุทธศักราช ๒๕๓๔ ในพุทธศักราช ๒๕๖๑ แบ่งเขตการบริหาร
ราชการแผ่นดิน ดังต่อไปนี้
ส่วนกลาง แบ่งออกเป็น ๒๐ กระทรวง
๑. สำานักนายกรัฐมนตรี
๒. กระทรวงกลาโหม
๓. กระทรวงการคลัง
๔. กระทรวงการต่างประเทศ
๕. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
๖. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
๗. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
๘. กระทรวงคมนาคม
๙. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
๑๐. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
๑๑. กระทรวงพลังงาน
๑๒. กระทรวงพาณิชย์
๑๓. กระทรางมหาดไทย
๑๔. กระทรงยุติธรรม
๑๕. กระทรวงแรงงาน
๑๖. กระทรวงวัฒนธรรม
๑๗. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
๑๘. กระทรวงศึกษาธิการ
๑๙. กระทรวงสาธารณสุข
๒๐. กระทรวงอุตสาหกรรม
ฉ จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔

