Page 78 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 78
วันอังคาร ที่ ๑๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เพิ่มอัตราอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ แบบมีเงื่อนไข ระดับชั้นอนุบาล
ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙)
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เพิ่มอัตราเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข เนื่องจากกองทุนเพื่อความเสมอภาค
ทางการศึกษา (กสศ.) ระบุว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ส่งผลให้ครัวเรือนของนักเรียน
ยากจนพิเศษมีรายได้ลดลงและเกิดการว่างงาน ประกอบกับผลวิเคราะห์จากโครงการวิจัยพัฒนาระบบบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษามีข้อเสนอว่า อัตราเงินทุนเสมอภาคในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายด้าน
การศึกษาสำาหรับครัวเรือนของนักเรียนยากจนพิเศษ ดังนั้น จึงเห็นควรให้เพิ่มอัตราเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๕
เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม ลดช่องว่างความเหลื่อมลำ้าทางการศึกษาระหว่างนักเรียนจากครอบครัว
ที่มีรายได้แตกต่างกัน และป้องกันความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษาของประชากรกลุ่มนี้ในระยะยาว อัตราเงินอุดหนุนใหม่
ระดับอนุบาลอัตราเดิม ๔,๐๐๐ บาท อัตราใหม่ยังคงจ่ายเท่าเดิม ระดับประถมศึกษา อัตราเดิม ๓,๐๐๐ บาท อัตราใหม่ ๕,๑๐๐ บาท
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น อัตราเดิม ๓,๐๐๐ บาท อัตราใหม่ ๔,๕๐๐ บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย อัตราเดิม ๓,๐๐๐ บาท
อัตราใหม่ ๙,๑๐๐ บาท ระดับอาชีวศึกษา อัตราเดิม ๓,๐๐๐ บาท อัตราใหม่ ๙,๑๐๐ บาท
ทั้งนี้ นิยามของเด็กนักเรียนยากจนพิเศษ หมายถึง นักเรียนยากจนที่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ด้วยวิธีการวัด
รายได้ทางอ้อมแบบ PMT หรือ Proxy Means Test จากระบบปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนของสำานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
และอยู่ในกลุ่มค่าคะแนนความยากจนอยู่ในเกณฑ์ยากจนพิเศษ หรือครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ย ๑,๒๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
วันอังคาร ที่ ๑๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง สำานักงานตำารวจแห่งชาติเปิดเผยผลการพิสูจน์สารประกอบยาเคนมผง ที่ตรวจยึดได้ในพื้นที่
รับผิดชอบของสถานีตำารวจนครบาลวัดพระยาไกร กรุงเทพมหานคร
กรณีเจ้าหน้าที่ตำารวจพบผู้ติดยาเสพติดเสียชีวิต จำานวน ๖ คน จากการเสพยาเคนมผง ต่อมาตรวจยึดยาเคนมผงได้เป็นจำานวนมาก
ในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำารวจนครบาลวัดพระยาไกร กรุงเทพมหานคร
พลตำารวจตรี ธนิต จิรนันท์ธวัช นายแพทย์ (สบ.๖) ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานพยาธิวิทยา โรงพยาบาลตำารวจ สำานักงานตำารวจ
แห่งชาติ เปิดเผยผลการตรวจสอบสารเสพติดยาเคนมผงที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ว่ามีส่วนผสม ๒ สูตร สูตรแรก ประกอบด้วย คีตามีน
และยานอนหลับไดอะซีแพม สูตรที่สองประกอบด้วย คีตามีน เฮโรอีน และยาอี โดยทั้ง ๒ สูตร ไม่พบส่วนผสมของยาไอซ์และนมผงตามชื่อสูตรยา
เชื่อว่าแหล่งที่มาของสารมาจากคนละแหล่ง สาเหตุที่ทำาให้ผู้เสพเสียชีวิตเนื่องจากมีการเสริมฤทธิ์ของยาเสพติดรุนแรงหลายชนิดที่นำามาผสมกัน
โดยยาเคมีฤทธิ์กดประสาท ทำาให้เคลิบเคลิ้ม ความดันโลหิตสูง ลดอัตราการหายใจ เมื่อเสพในปริมาณเยอะทำาให้เสียชีวิต และหากมีส่วนผสม
ของยาอีที่มีฤทธิ์ต่อระบบหัวใจก็จะทวีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ส่วนยานอนหลับเชื่อว่าเนื่องจากผู้เสพมีภาวะดื้อยาจึงนำายานอนหลับซึ่งหา
ได้ง่ายมาผสมเพื่อให้เกิดตัวยาใหม่ การผสมตัวยาหลายชนิดทำาให้ไปเกิดผลข้างเคียงของยาชนิดอื่น ผู้เสพไม่รับรู้ถึงผลข้างเคียงและเสพเพิ่มขึ้น
จนถึงขีดอันตราย การตรวจพบสูตรยาค็อกเทลในลักษณะนี้มีมานานแล้ว โดยมีการผสมมากที่สุด ๓ ชนิด ซึ่งในต่างประเทศนิยมเสพยาค็อกเทล
ลักษณะนี้ แต่การเสียชีวิตหมู่ ๖ คน ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการเสียชีวิตพร้อมกัน
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักงานตำารวจแห่งชาติ
วันพฤหัสบดี ที่ ๑๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติเห็นชอบให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี
ในวันอาทิตย์ ที่ ๒๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบร่างแผนการจัดการเลือกตั้ง และประกาศกำาหนดให้มีการ
เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีตามที่สำานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอ ดังนี้
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคาร ที่ ๑๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ได้มีมติเห็นชอบให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล
และนายกเทศมนตรีแล้วนั้น
68 จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔

