Page 289 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 289
ทั้งนี้ ผู้รับสิทธิจะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย มีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไป ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง
ระยะที่ ๓ ไม่เป็นผู้มีสิทธิโครงการเราชนะ กลุ่มช่วยเหลือพิเศษ (ผู้พิการ/ผู้สูงอายุ) ผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ
ยิ่งใช้ยิ่งได้นี้ต้องสละสิทธิโครงการคนละครึ่ง และสามารถเปลี่ยนแปลงโครงการได้ ๑ ครั้งผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ภายในวันจันทร์
ที่ ๒๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ ลงทะเบียนได้ ๒ ช่องทาง คือ เว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือ g-Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
โดยจะต้องใช้สิทธิผ่าน g-Wallet ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น สามารถใช้จ่ายกับร้านค้าประเภททั่วไป ห้าง ซุปเปอร์มาร์เก็ต มินิมาร์ท
ร้านบริการต่าง ๆ ที่จดทะเบียนออกใบกำากับภาษีได้ และต้องเป็นร้านที่สมัครเข้าร่วมโครงการเท่านั้น ใช้กับร้านค้าออนไลน์หรือสั่งซื้อจาก
เว็บไซต์ไม่ได้ เพราะต้องใช้ g-Wallet สแกนจ่ายคิวอาร์โค้ด บนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ผู้รับสิทธิสามารถใช้
จ่ายได้ตั้งแต่วันพฤหัสบดี ที่ ๑ กรกฎาคม ถึงวันศุกร์ ที่ ๓๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
ส่วนการรับบัตรกำานัลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Voucher มูลค่าสูงสุด ๗,๐๐๐ บาท ต้องใช้จ่ายผ่าน g-Wallet เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดี
ที่ ๑ กรกฎาคม ถึงวันพฤหัสบดี ที่ ๓๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ เท่านั้น ยอดใช้จ่ายที่จะนำามาคำานวน คือ ๕,๐๐๐ บาทต่อคนต่อวัน
โดยยอดใช้จ่ายตั้งแต่ ๐ - ๔๐,๐๐๐ บาทแรกจะได้คืนภาษีร้อยละ ๑๐ หรือสูงสุด ๔,๐๐๐ บาท ยอดใช้จ่ายตั้งแต่ ๔๐,๐๐๑ - ๖๐,๐๐๐ บาท
ได้คืนภาษีร้อยละ ๑๕ หรือสูงสุด ๓,๐๐๐ บาท รวมเป็น ๗,๐๐๐ บาท การคืน e-Voucher จะคืนผ่าน g-Wallet จำานวน ๓ รอบ คือ
คืนทุกวันที่ ๗ ได้แก่ วันเสาร์ ที่ ๗ สิงหาคม วันอังคาร ที่ ๗ กันยายน และวันพฤหัสบดี ที่ ๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ การใช้ e-Voucher
ใช้ได้ตั้งแต่วันเสาร์ ที่ ๗ สิงหาคม ถึงวันศุกร์ ที่ ๓๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ไม่สามารถกดเป็นเงินสดหรือโอนเงินออกจากบัญชีได้
และจะต้องนำาไปใช้จ่ายกับร้านค้าในโครงการเท่านั้น หากใช้ไม่หมด เมื่อจบโครงการจะถูกตัดทิ้งทันที
ทั้งนี้ หากประชาชนใช้จ่ายเต็มสิทธิ จะทำาให้มีเงินตราไหลเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาท
และเมื่อมีการนำา e-Voucher กลับมาใช้ก็จะมีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มอีก ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท รวมเป็น ๒๖๘,๐๐๐ ล้านบาท
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กระทรวงการคลัง
วันจันทร์ ที่ ๒๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน
รับมอบห้องปฏิบัติการชีวนิรภัย ระดับ ๓ จากเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำาประเทศไทยและผู้แทน
องค์การอนามัยโลกประจำาประเทศไทย
ภาพ : https://www3.dmsc.moph.go.th/post-view/1165
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานรับมอบห้องปฏิบัติการชีวนิรภัย
ระดับ ๓ (Biosafety Level 3 laboratory) จาก Mr.Nashida Kazuya เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำาประเทศไทย และ Dr.Daniel Kertesz
ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำาประเทศไทย ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดนนทบุรี โดยมีนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวง
สาธารณสุข นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เป็นสักขีพยาน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีความร่วมมือกับรัฐบาลญี่ปุ่นในหลายโครงการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง
การก่อสร้างอาคารสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขแห่งชาติ ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิง
ของประเทศด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีหน้าที่ยืนยันสาเหตุและสถานการณ์ของโรคที่เป็นปัญหาด้านสาธารณสุข และในพุทธศักราช ๒๕๖๓
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น ผ่านองค์การอนามัยโลกจำานวน ๓๙ ล้านบาท สำาหรับการพัฒนา
ห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ ๒ และระดับ ๓ ให้มีความทันสมัย เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านความปลอดภัยและความมั่นคงทางชีวภาพ พร้อมที่
จะดำาเนินการเต็มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานกับเชื้อโรคอันตรายสูงด้วยความปลอดภัยต่อชีวิตนักวิจัยและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมาย
เพื่อรองรับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ในด้านการตรวจชันสูตร การพัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์
เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ 279

