Page 279 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 279

โรงเรียนสังกัดสำานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศเปิดภาคเรียนที่ ๑ ประจำาปีการศึกษา ๒๕๖๔

            เป็นวันแรก โดยจัดการเรียนการสอน ๕ รูปแบบ ประกอบด้วย (๑) การเรียนการสอนที่โรงเรียน (On Site) โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการ
            เฝ้าระวังของกระทรวงสาธารณสุข (๒) การเรียนการสอนผ่านระบบโทรทัศน์เพื่อการศึกษา (On Air) (๓) การเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
            หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ (On Demand) (๔) การเรียนการสอนแบบถ่ายทอดสดผ่านอินเทอร์เน็ต (Online) และ (๕) การเรียนการสอนแบบ
            ส่งเอกสารไปที่บ้าน (On Hand)
                     ทั้งนี้ โรงเรียนในหลายจังหวัดยังจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนตามปกติ โดยมีมาตรการคัดกรองนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา
            หากเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงให้แยกเป็นกลุ่มความเสี่ยงสูงและกลุ่มความเสี่ยงตำ่า กรณีนักเรียนเป็นกลุ่มความเสี่ยงสูงให้งดการเรียนการสอน
            ที่โรงเรียน โดยให้จัดการเรียนการสอนรูปแบบอื่น รวมทั้งโรงเรียนในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ๔ จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี
            และสมุทรปราการ และโรงเรียนในจังหวัดที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) (ศบค.)
            ประเมินแล้วว่ายังมีความเสี่ยง ห้ามจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียน แต่ให้จัดการเรียนการสอนรูปแบบอื่นตามความเหมาะสม

            หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กระทรวงศึกษาธิการ, สำานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


            วันจันทร์ ที่ ๑๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔

            เรื่อง   กระทรวงการคลังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่ง” ระยะที่ ๓ ผ่านเว็บไซต์ www.
                   คนละครึ่ง.com และแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
                     กระทรวงการคลังเปิดให้ประชาชนผู้มีสิทธิลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” ระยะที่ ๓ เป็นวันแรก ตั้งแต่เวลา ๖ นาฬิกา
            ถึง ๒๒ นาฬิกา จนกว่าจะครบจำานวน ๓๑ ล้านคน แบ่งเป็นผู้ที่ยังไม่เคยลงทะเบียนในระยะที่ ๑ และระยะที่ ๒ จำานวน ๑๖ ล้านคน ให้ลง

            ทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ส่วนผู้ที่เคยได้รับสิทธิแล้ว จำานวน ๑๕ ล้านคน ให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
                     ธนาคารกรุงไทย จำากัด ชี้แจงว่า ธนาคารได้พัฒนาระบบแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ให้สามารถรองรับผู้ใช้งานได้ ๓๐ ล้านคน
            โดยแอปพลิเคชันสามารถรองรับการลงทะเบียนคนละครึ่งระยะที่ ๓ พร้อมกันได้ประมาณ ๑.๖ ล้านคน ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยจะเรียงลำาดับ
            การใช้บริการ คนที่เข้าลำาดับหลังต้องรอให้คนก่อนหน้าออกจากระบบก่อนจึงจะทำารายการได้
                     นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำานวยการสำานักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ประชาชน
            ให้ความสนใจลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่ง” ระยะที่ ๓ วันแรก เป็นจำานวนมาก หากกลุ่มผู้ลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่ง” สละสิทธิไป
            เข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ กระทรวงการคลังจะนำาสิทธิที่เหลือมาเปิดรับลงทะเบียนเพิ่มเติมต่อไป ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือ
            เป็นพิเศษผ่านบัตรประชาชนที่ได้รับเงิน ๒๐๐ บาทต่อเดือน นาน ๖ เดือนนั้น สามารถสละสิทธิเดิมเพื่อมาลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่ง”
            ได้เมื่อมีโทรศัพท์สมาร์ตโฟนใช้และไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือแล้ว

                     อนึ่ง การลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่ง” ตั้งแต่เวลา ๖ นาฬิกา ถึง ๑๙ นาฬิกา ของวันจันทร์ ที่ ๑๔ มิถุนายน พุทธศักราช
            ๒๕๖๔ มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า ๒๓ ล้านคน กระทรวงการคลังจะเปิดให้ลงทะเบียนต่อเนื่องระหว่างเวลา ๖ นาฬิกา ถึง ๒๒ นาฬิกา ทุกวัน
            จนกว่าจะครบจำานวน ๓๑ ล้านสิทธิ โดยสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันพฤหัสบดี ที่ ๑ กรกฎาคม ถึงวันศุกร์ ที่ ๓๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
                     นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ได้สั่งการให้สำานักงานพาณิชย์จังหวัด
            และกรมการค้าภายในตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ รวมถึงร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” และโครงการกระตุ้น
            เศรษฐกิจอื่น ๆ ของรัฐบาล เพื่อไม่ให้ผู้ค้าฉวยโอกาสปรับราคาขายสินค้าและบริการ
                      โครงการ “คนละครึ่ง” มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นกำาลังซื้อของประชาชน ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการต้องมีบัตรประชาชน มีสัญชาติไทย
            และมีอายุ ๑๘ ปีบริบูรณ์ ขึ้นไป โดยใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สำาหรับจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และค่าบริการ ซึ่งภาครัฐ
            ร่วมสมทบเงินร้อยละ ๕๐ หรือไม่เกิน ๑๕๐ บาทต่อคนต่อวัน รวมไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาทต่อคนในแต่ละระยะ ซึ่งในระยะที่ ๑ และระยะที่ ๒ นั้น
            รัฐบาลใช้งบประมาณไปจำานวน ๒.๕ หมื่นล้านบาท ส่วนในระยะที่ ๓ คาดการณ์ว่าจะมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า ๑.๘๖ แสนล้านบาท
            โดยเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย ๙.๓ หมื่นล้านบาท และรัฐบาลสมทบให้ ๙.๓ ล้านบาท


            หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กระทรวงการคลัง, สำานักงานเศรษฐกิจการคลัง, ธนาคารกรุงไทย











                                                                                    เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ 269
   274   275   276   277   278   279   280   281   282   283   284