Page 275 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 275
วันพฤหัสบดี ที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง โรคลัมปี สกินในโคและกระบือระบาดในประเทศไทย ๔๗ จังหวัด
ภาพ : https://www.thairath.co.th/scoop/theissue/2108977
นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ ผู้อำานวยการสำานักควบคุมป้องกันและบำาบัดสัตว์ กรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ขณะนี้
โรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ระบาดในประเทศไทยแล้ว ๔๗ จังหวัด มีโคและกระบือป่วยสะสม รวม ๕๑,๒๒๒ ตัว จากประชากร
โคกระบือ ๖ ล้านตัวทั่วประเทศ ในจำานวนนี้อยู่ระหว่างกักตัว ๓๐,๐๐๐ ตัว และเสียชีวิตแล้ว ๘๘๖ ตัว ถือเป็นอัตราตำ่ากว่าร้อยละ ๑
ของประชากรโคและกระบือ
กรมปศุสัตว์ได้นำาเข้าวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน จำานวน ๖๐,๐๐๐ โดส และมีแผนจะนำาเข้าวัคซีนเพิ่มอีก ๓๐๐,๐๐๐ โดส โดย
จะเริ่มฉีดวัคซีนในพื้นที่ที่ยังไม่มีการระบาดและพื้นที่ที่หายจากการระบาดแล้ว ในระยะรัศมี ๕ - ๒๐ กิโลเมตร จากนั้นจะฉีดวัคซีนกระจาย
ในระยะรัศมี ๕๐ กิโลเมตรต่อไป จึงขอความร่วมมือเกษตรกรให้ทำาลายสัตว์ที่ป่วยจากโรคลัมปี สกิน โดยสามารถขอรับเงินชดเชยได้ตาม
ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดลองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พุทธศักราช ๒๕๖๒ รายละ ๒ ตัว รวมทั้ง
ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ป่วย ผู้ใดฝ่าฝืนจะมีความผิดทางกฎหมาย ให้ใช้ยารักษาสัตว์ป่วยตามอาการ พร้อมคัดแยกและกักตัวสัตว์ป่วยในมุ้ง แล้ว
ให้ฉีดพ่นยาฆ่าแมลงในพื้นที่ที่สัตว์อยู่อาศัยและบริเวณโดยรอบฟาร์ม อย่างน้อย ๒ ครั้งต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ร่วมกับบริษัท ใบยาไฟโต
ฟาร์ม จำากัด ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาเกษตรศาสตร์ ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน ที่ทำาจากพืช โดย
คาดว่าจะนำามาทดสอบได้ภายในอีก ๒ เดือน
โรคลัมปี สกิน เป็นโรคอุบัติใหม่ในสัตว์เคี้ยวเอื้องโดยเฉพาะโคและกระบือ ไม่ใช่โรคที่ติดจากสัตว์สู่คน เกิดจากไวรัสลัมปี
สกิน (Lumpy Skin Disease Virus : LSDV) ทำาให้สัตว์เป็นไข้ ต่อมนำ้าเหลืองโต มีตุ่มหรือก้อนขนาดประมาณ ๒ - ๕ เซนติเมตร ขึ้นตาม
ผิวหนังทั่วร่างกาย พบมากบริเวณคอ หัว เต้านม ถุงอัณฑะและหว่างขา เมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่งตุ่มอาจแตกเป็นแผล อาจตกสะเก็ดแล้ว
เกิดเป็นเนื้อตาย แมลง เหลือบ ริ้น ไร หรือยุงจะบินมาตอมแผลและเป็นพาหะนำาไปติดเชื้อสัตว์ตัวอื่น เชื้อมีระยะฝักตัว ๔ - ๗ วัน ใช้เวลา
ประมาณ ๒๘ วัน จึงจะแสดงอาการของโรค สัตว์จะเจ็บ อาจซึม ไม่กินอาหาร นำ้าลายไหล และตาอักเสบ โคนมอาจให้นำ้านมลดลงร้อยละ
๒๕ - ๖๕ ปัจจุบันยังไม่มียารักษา ให้รักษาตามอาการ เช่น ทายา ทำาความสะอาดฆ่าเชื้อ ฯลฯ ซึ่งสัตว์สามารถหายได้จากการสร้างภูมิคุ้มกัน
ด้วยตัวเอง และสัตว์อายุน้อยจะมีภูมิคุ้มกันตำ่าจึงมีโอกาสตายสูงกว่าสัตว์ที่อายุมาก
วันเสาร์ ที่ ๑๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า
ปัจจุบันกรมปศุสัตว์มีมาตรการป้องกัน ควบคุม และกำาจัดโรคลัมปี สกิน ๕ ประการ ประกอบด้วย (๑) ควบคุมการเคลื่อนย้ายโคและกระบือ
เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคอย่างเคร่งครัด (๒) เฝ้าระวังการเกิดโรคอย่างใกล้ชิด (๓) ป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำาโรค โดยให้
เกษตรกรใช้สารกำาจัดแมลงทั้งบนตัวสัตว์และรอบฟาร์ม (๔) รักษาสัตว์ป่วยตามอาการ และ (๕) ใช้วัคซีนควบคุมโรค ซึ่งจะทำาให้การควบคุม
โรคมีประสิทธิภาพโดยเร็ว
อนึ่ง เกษตรกรจังหวัดขอนแก่นได้ทดลองนำาสมุนไพรจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้รักษาไข้งูสวัดในคน มาใช้รักษาสัตว์ป่วย โดยนำา
รังปลวกมาเผาไฟให้เป็นเถ้า ผสมนำ้าข้าวในอัตราส่วน เถ้า ๑ กิโลกรัม ต่อนำ้าข้าว ๓ ลิตร ทิ้งให้เย็นแล้วนำาไปทาที่ตุ่มหรือแผลบนตัวสัตว์วันละ
๓ เวลา เช้า กลางวัน และเย็น และระวังไม่ให้สัตว์โดนนำ้าหรือตากฝน ซึ่งจากการทดลองที่คอกสัตว์ของนายสุวิทย์ กาฬสินธุ์ ตำาบลภูเหล็ก
อำาเภอบ้านไผ่ พบว่า ตุ่มตามผิวหนังสัตว์แห้งลงในระยะเวลาประมาณ ๗ วัน
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กรมปศุสัตว์, จังหวัดขอนแก่น
เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ 265

