Page 148 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 148
วันจันทร์ ที่ ๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติมีมติเห็นชอบการออกสมุดเล่มเหลือง หรือวัคซีนพาสปอร์ต
แก่ผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ และลดระยะการกักตัวจาก ๑๔ วัน เหลือ ๗ วัน
ภาพ : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/39755
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติมี
มติเห็นชอบในเรื่องเอกสารรับรองการได้รับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) โดยผู้ที่ได้รับวัคซีนครบแล้วจะได้รับ
ใบรับรองการฉีดวัคซีนจากสถานพยาบาลที่ฉีดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากประสงค์ที่จะเดินทางไปต่างประเทศให้นำาใบรับรองการฉีดวัคซีนไปขอรับ
สมุดเล่มเหลืองหรือวัคซีนพาสปอร์ต ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมเล่มละ ๕๐ บาท และรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ๕๐ บาท โดยจะมีการออกประกาศ
คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เพื่อกำาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการออกสมุดเล่มเหลือง อย่างไรก็ตาม การนำาไปใช้เดินทางในต่างประเทศยัง
ต้องรอข้อตกลงระดับสากลก่อน
ส่วนเรื่องการลดวันกักตัว ที่ประชุมเห็นชอบการลดวันกักตัวใน ๓ กรณี คือ (๑) คนต่างชาติมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน
อย่างน้อย ๑๔ วัน ไม่เกิน ๓ เดือนก่อนเดินทาง มีเอกสารรับรองปลอดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ใน ๗๒ ชั่วโมงก่อนเดินทาง
และตรวจหาเชื้ออีกครั้งในประเทศไทย หากไม่พบเชื้อ ลดวันกักตัวเหลือ ๗ วัน ยกเว้นผู้ที่เดินทางมาจากทวีปแอฟริกาให้กักตัว ๑๔ วัน
(๒) คนไทยเดินทางจากต่างประเทศมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนอย่างน้อย ๑๔ วัน ไม่เกิน ๓ เดือน ไม่มีเอกสารรับรองปลอดเชื้อไวรัสโคโรนา
๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ผลการตรวจหาเชื้อในประเทศไทย ๒ ครั้งไม่พบเชื้อ ให้ลดวันกักตัวเหลือ ๗ วัน และ (๓) คนต่างชาติไม่มีเอกสารรับรอง
การฉีดวัคซีน มีเพียงเอกสารรับรองปลอดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) ๗๒ ชั่วโมงก่อนเดินทาง ลดวันกักตัวเหลือ ๑๐ วัน โดยจะ
เริ่มดำาเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นต้นไป และระยะต่อไปตั้งแต่วันศุกร์ ที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ หากฉีด
วัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์และกลุ่มเสี่ยงผู้ป่วยรุนแรงอย่างน้อยร้อยละ ๗๐ และประชาชนที่ทำางานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวได้รับวัคซีน
ครบตามเป้าหมาย อาจผ่อนคลายมาตรการไม่ต้องกักตัว
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กรมควบคุมโรค
วันจันทร์ ที่ ๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
เรื่อง อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา ๗ มีคำาสั่งฟ้องแกนนำาและแนวร่วมกลุ่มราษฎร ๒๕๖๓ จำานวน ๑๘ ราย
กรณีการชุมนุม “๑๙ กันยา ทวงคืนอำานาจราษฎร”
อัยการสำานักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา ๗ มีคำาสั่งฟ้องแกนนำาและแนวร่วมกลุ่มราษฎร ๒๕๖๓ จำานวน ๑๘ ราย
กรณีการชุมนุม “๑๙ กันยา ทวงคืนอำานาจราษฎร” เมื่อวันเสาร์ ที่ ๑๙ ถึงวันอาทิตย์ ที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๓ ณ มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และท้องสนามหลวง
ในคดีดังกล่าว พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา ๗ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำาเลยจำานวน ๑๘ คน ในข้อหา ดังนี้
๑. นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก ถูกดำาเนินคดีในข้อหาหลัก มาตรา
๑๑๒ ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์
ต้องระวางโทษจำาคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และมาตรา ๑๑๖ ผู้ใดกระทำาให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการ
กระทำาภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต (๑) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมาย
แผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำาลังข่มขืนใจหรือใช้กำาลังประทุษร้าย (๒) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาด
ที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (๓) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำาคุกไม่เกินเจ็ดปี
138 จดหมายเหตุประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔

