Page 145 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 145
ภาพ : https://www.bbc.com/thai/thailand-56466555
วันอังคารที่ ๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ พลตำารวจตรี ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำารวจนครบาล แถลงว่ากองบัญชาการ
ตำารวจนครบาลได้ดำาเนินคดีกับผู้ชุมนุมบริเวณหน้าศาลอาญา รัชดาภิเษก เมื่อวันเสาร์ ที่ ๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ รวม ๖ กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ ๑ นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ หัวหน้าการ์ดกลุ่มวีโว่ (We Volunteer : WeVo) กับพวก รวม ๑๘ คน ถูกดำาเนินคดี ๔ ข้อหา
คือ การรวมกลุ่มกันตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป เพื่อเตรียมการก่อความสงบไม่เรียบร้อยในบ้านเมือง เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
๒๑๕ วรรค ๑ และวรรค ๒ มาตรา ๑๐๗ มาตรา ๓๖๖ มาตรา ๒๑๐ และมาตรา ๒๐๙ และความผิดฐานฝ่าฝืนพระราชกำาหนดการบริหาร
ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ ด้วย
กลุ่มที่ ๒ คือ กลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับได้และหลบหนีไปจากการจับกุมของเจ้าพนักงานสอบสวนสืบสวนมีความผิด ๔ ข้อหาหลัก
เช่นเดียวกับกลุ่มนายปิยรัฐ จงเทพ และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๙๐
กลุ่มที่ ๓ คือ กลุ่มผู้ที่ทุบทำาลายรถของทางราชการ และร่วมกันชิงตัวผู้ต้องหา ทำาร้ายเจ้าพนักงาน และชิงทรัพย์ มีความผิดตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๙๑ ประกอบ มาตรา ๘๓
กลุ่มที่ ๔ คือ กลุ่มที่ทำาลายแนวรั้ว ซึ่งเป็นทรัพย์สินราชการของศาลาอาญา นำาสิ่งของต่างๆ มาเผา รวมถึงพระบรมฉายาลักษณ์
และบุกรุกศาลอาญา มีความผิดฐานบุกรุกสถานที่ราชการในเวลากลางคืน และบางส่วนผิดฐานละเมิดอำานาจศาล และพนักงานสอบสวนกำาลัง
พิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตามมาตรา ๑๑๒ ด้วยหรือไม่
กลุ่มที่ ๕ คือ กลุ่มผู้ชุมนุมอื่น ๆ มีความผิดฐานฝ่าฝืนพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และ
พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘
กลุ่มที่ ๖ คือ กลุ่มผู้ใช้อาวุธปืน และลูกเหล็กหนังสติ๊กยิงใส่รถตำารวจทำาให้รถราชการเสียหาย
วันเสาร์ ที่ ๒๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ กลุ่มเยาวชนปลดแอก หรือกลุ่มรีเด็ม (REDEM) จัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
ทางการเมือง ณ บริเวณท้องสนามหลวง โดยไม่มีการเดินขบวนและไม่มีแกนนำา เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำาและแนวร่วมกลุ่มราษฎร ๒๕๖๓
ที่ถูกจับกุมคุมขัง ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และให้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำาแหน่งนายกรัฐมนตรี
เจ้าหน้าที่ได้ตั้งตู้คอนเทนเนอร์พร้อมเครื่องกีดขวางบนถนนราชดำาเนินใน ฝั่งด้านหน้าอาคารศาลฎีกา และรถฉีดนำ้าแรงดันสูงเพื่อป้องกันไม่ให้
ผู้ชุมนุมเข้าไปยังพื้นที่สำาคัญ ต่อมา เกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำารวจ โดยเฉพาะบริเวณสี่แยกคอกวัว เจ้าหน้าที่ตำารวจ
จึงใช้มาตรการจัดการกลุ่มผู้ชุมนุมจากเบาไปหาหนัก มีการฉีดนำ้าผสมแก๊สนำ้าตาและกระสุนยางเพื่อสกัดและกระชับพื้นที่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่
ตำารวจสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน
พลตำารวจตรี ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำารวจนครบาลแถลงว่าเจ้าหน้าที่ตำารวจได้ระงับยับยั้งกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้ไปทำาร้าย
ทำาลายสถานที่สำาคัญ ซึ่งเป็นไปตามมาตรการสากลที่ได้รับการยอมรับโดยไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้ชุมนุม พยายามดูแลสถานการณ์ให้อยู่
ในความสงบไม่ให้เกิดความรุนแรง มีการแจ้งเตือนเป็นระยะ ๆ เพื่อควบคุมพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด จากการชุมนุมดังกล่าว จับกุม
ผู้กระทำาผิดได้ จำานวน ๒๐ ราย เป็นผู้ใหญ่ จำานวน ๑๖ ราย และเยาวชน จำานวน ๔ ราย ข้อหาหลัก คือ (๑) ร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำาหนดออก
ตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และคำาสั่งประกาศที่เกี่ยวข้อง (๒) ฝ่าฝืน
หรือไม่ปฏิบัติตามคำาสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๓๔ (๖) และมาตรา ๕๑ และ
(๓) ร่วมกันมั่วสุมสมคบกันตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไปใช้กำาลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำาลังประทุษร้าย หรือกระทำาอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความ
วุ่นวายในบ้านเมืองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๑๕
หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : สำานักงานตำารวจแห่งชาติ
เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ 135

