Page 115 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 115

ระหว่างพิจารณาได้ และขอให้ศาลวินิจฉัยคดีนี้โดยยึดตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยอย่างยุติธรรม และองค์การนักศึกษาขอเรียกร้อง

            ไม่ให้มีการฟ้องและไม่ให้ประกันตัวอีก ขอความยุติธรรมกลับคืนสู่สังคม
                     องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอยืนหยัดอยู่เคียงข้างนักศึกษาดั่งคำามั่นที่เรามีให้ต่อทุกคน และพร้อมจะเผชิญปัญหา
            เพื่อรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และดำารงไว้ซึ่งความเป็นธรรมให้อยู่คู่ธรรมศาสตร์และประเทศชาติต่อไป”
                     วันศุกร์ ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ เวลา ๑๕ นาฬิกา ๕๐ นาที กลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี จำานวน
            ประมาณ ๕๐ คน ชุมนุมหน้าเรือนจำาพิเศษกรุงเทพมหานคร เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำากลุ่มราษฎร ๒๕๖๓ ทั้ง ๔ คน
                     เวลา ๑๖ นาฬิกา ๔๗ นาที พันตำารวจเอก สุเมธ โภชนา ผู้กำากับการสถานีตำารวจประชาชื่นได้ประกาศแจ้งให้ยุติการชุมนุม
            โดยอาศัยอำานาจตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เรื่องห้ามการชุมนุมในสถานที่แออัดหรือยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ตามพระราชกำาหนด
            การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ หากฝ่าฝืนจะมีการดำาเนินการตามกฎหมายต่อไป
                     เวลา ๑๗ นาฬิกา ๔๕ นาที ตัวแทนเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรีออกแถลงการณ์ว่า เชื่อว่าทั้ง ๔ คนยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์
            และไม่เคยหลบหนี มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และมาตามนัดศาล จึงหวังว่าทั้ง ๔ คนจะได้รับความเป็นธรรม เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรีเห็นว่าทั้ง ๔
            คนออกมาพูดเรื่องปากท้องของประชาชน เพราะเห็นความยำ่าแย่ของประเทศ แต่รัฐก็ยังจับพวกเขา ทั้งนี้ การไปเรียกร้องที่ศาลก็มีความเสี่ยง
            ทางกฎหมายหลายอย่างจึงต้องมาเรียกร้องที่เรือนจำาพิเศษกรุงเทพมหานครแทน เพื่อส่งเสียงให้ถึงทั้ง ๔ คนที่ถูกคุมขังให้ได้รับความยุติธรรม

                     เวลา ๒๐ นาฬิกา ๑๕ นาที กลุ่มผู้ชุมนุมจัดกิจกรรมจุดเทียนร้องเพลง เราคือเพื่อนกัน และเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำาทั้ง ๔ คน
            จากนั้นประกาศนัดชุมนุมในวันเสาร์ ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนยุติการชุมนุม
                     วันเสาร์ ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ เวลา ๑๕ นาฬิกา ๒๐ นาที กลุ่มราษฎร ๒๕๖๓ เริ่มทยอยเข้ามาเพื่อจัดกิจกรรม
            “นับหนึ่งถึงล้าน คืนอำานาจให้ประชาชน” โดยนำาผ้าสีแดงขนาด ๓๐ คูณ ๓๐ เมตร มาปูบนถนนราชดำาเนินกลาง เป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์
            ให้ผู้ร่วมชุมนุมเขียนข้อความเตรียมนำาไปห่มอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและพระบรมบรรพต วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เจ้าหน้าที่ตำารวจได้
            วางแผงเหล็ก จัดระเบียบการจราจร วางกำาลังอำานวยความปลอดภัย และคัดกรองประชาชนที่อาจเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
            โคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) พันตำารวจเอก ทศพล อำาไพพิพัฒน์กุล ผู้กำากับการสถานีตำารวจสำาราญราษฎร์ อ่านประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง
            ขอให้ยุติการชุมนุมเพราะขัดต่อกฎหมาย

                     เวลา ๑๘ นาฬิกา ๑๕ นาที กลุ่มราษฎร ๒๕๖๓ นำาผ้าสีแดงที่เขียนข้อความต่าง ๆ ขึ้นห่มล้อมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากนั้น
            เคลื่อนขบวนจะไปยังศาลหลักเมือง เจ้าหน้าที่ตั้งแนวกั้น และมีรถฉีดนำ้าแรงดันสูง ๒ คัน ที่บริเวณหน้าศาลฎีกา ผู้ชุมนุมส่งตัวแทนเจรจากับ
            เจ้าหน้าที่ตำารวจเพื่อขอเข้าไปที่ศาลหลักเมืองแต่ไม่สำาเร็จ
                     เวลา ๒๐ นาฬิกา ๒๓ นาที แกนนำาผู้ชุมนุมประกาศว่า หากไม่ปล่อยตัวแกนนำา ๔ คนที่ถูกคุมขังไว้ที่เรือนจำาพิเศษกรุงเทพมหานคร
            ภายใน ๗ วัน กลุ่มราษฎร ๒๕๖๓ จะกลับมารวมตัวอีกครั้ง ก่อนประกาศยุติการชุมนุม แต่หลังจากแกนนำาประกาศยุติการชุมนุมยังคงมี
            ผู้ชุมนุมบางส่วนอยู่ในพื้นที่ มีเสียงระเบิดดังขึ้นและเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำารวจจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำารวจจะเข้าควบคุม
            ตัวผู้ชุมนุมในเวลา ๒๑ นาฬิกา
                     วันอาทิตย์ ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ชมรมแพทย์ชนบทออกแถลงการณ์กรณีเจ้าหน้าที่ทำาร้ายอาสาสมัครทางการ
            แพทย์ที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ชุมนุมจนได้รับบาดเจ็บในการชุมนุมของกลุ่มราษฎร ๒๕๖๓ เมื่อวันเสาร์ ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔
            ระบุว่า การปฏิบัติการช่วยเหลือ ปฐมพยาบาล รักษา รวมถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาเจนีวา
            ฉบับที่ ๒ คริสต์ศักราช ๑๙๖๐ การรุมทำาร้ายอาสาสมัครที่เข้ามาปฏิบัติงานดังกล่าวโดยไม่เลือกปฏิบัติว่าผู้บาดเจ็บเป็นฝ่ายใด ถือเป็นการละเมิด
            กติการะหว่างประเทศ และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ขอเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมดำาเนินการตามกฎหมายต่อ

            ผู้กระทำาผิดโดยไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งนี้ ชมรมแพทย์ชนบทไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง หรือการยั่วยุให้มีการใช้ความรุนแรงในพื้นที่การชุมนุม
            ไม่ว่าการกระทำานั้นมาจากฝ่ายใด
                     วันจันทร์ ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ แพทย์สภาโดยศาสตราจารย์ นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี
            คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล อุปนายกแพทยสภาคนที่ ๑ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ฉันชาย สิทธิพันธุ์ อุปนายก
            แพทยสภาคนที่ ๒ และพลอากาศตรี นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา ได้ออกแถลงการณ์ถึงกรณีความรุนแรงที่เกิดจาก
            เหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง เมื่อวันเสาร์ ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นเหตุให้มีประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่
            ผู้ปฏิบัติหน้าที่ และอาสาสมัครทางการแพทย์ได้รับบาดเจ็บ กรรมการบริหารแพทยสภา องค์กรวิชาชีพทางด้านสุขภาพ ขอแถลงจุดยืนเกี่ยวกับ
            เหตุการณ์ดังกล่าว ดังนี้

                       ๑. ขอแสดงความไม่เห็นด้วยกับการกระทำาที่เป็นการยั่วยุ การละเมิดกฎหมาย และการใช้กำาลังที่เกินความเหมาะสมของทุกฝ่าย
            ซึ่งอาจนำาไปสู่เหตุการณ์ที่รุนแรงขึ้น ส่งผลต่อสุขภาวะของผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประชาชนที่อยู่ในบริเวณ หรือสัญจรผ่านพื้นที่ใกล้เคียง



                                                                                   เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ 105
   110   111   112   113   114   115   116   117   118   119   120