Page 111 - จดหมายเหตุประเทศไทยปี 64
P. 111

เป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ระหว่าง ๓๒ - ๖๘ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาคเหนือมีค่าเกินมาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ระหว่าง

            ๓๙ - ๗๗ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาคตะวันออกมีค่าเกินมาตรฐาน ๒ พื้นที่ ตรวจวัดได้ระหว่าง ๓๕ - ๖๑ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
            ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีค่าเกินมาตรฐาน ๑ พื้นที่ ตรวจวัดได้ระหว่าง ๑๙ - ๖๑ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
                     วันจันทร์ ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
            และปริมณฑล อยู่ในระดับคุณภาพอากาศปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน ๒.๕ ไมครอน อยู่ระหว่าง
            ๔๔ - ๗๗ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตรวจพบพื้นที่ที่มีค่าเกินมาตรฐานจำานวน ๕๔ พื้นที่ พื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองมากที่สุดอยู่บริเวณ
            เขตสายไหม ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองอยู่ที่ ๗๗ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินมาตรฐานและคุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
            ให้ประชาชนเฝ้าระวังสุขภาพ ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากเกิดความจำาเป็นในการเดินทางหรืออยู่บริเวณที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ควรลดระยะเวลา
            หรือละเว้นการทำากิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยทางเดินหายใจ
                     วันอังคาร ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในประเทศ อยู่ในระดับ
            คุณภาพอากาศปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ กรุงเทพมหานครตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน ๒.๕ ไมครอน มีค่าเกินมาตรฐาน
            ๑๒ พื้นที่ ตรวจวัดได้ระหว่าง ๓๐ - ๖๓ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาคเหนือมีค่าเกินมาตรฐาน ๑๕ พื้นที่ ตรวจวัดได้ระหว่าง ๒๑ - ๙๕
            ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีค่าเกินมาตรฐาน ๘ พื้นที่ ตรวจวัดได้ระหว่าง ๓๘ - ๙๓ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

            ภาคตะวันออกมีค่าเกินมาตรฐาน ๒ พื้นที่ ตรวจวัดได้ระหว่าง ๓๕ - ๖๑ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
                     วันศุกร์ ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
            และปริมณฑล อยู่ในระดับคุณภาพอากาศปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน ๒.๕ ไมครอน อยู่ระหว่าง
            ๓๔ - ๗๒ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตรวจพบพื้นที่ที่มีค่าเกินมาตรฐานจำานวน ๓๗ พื้นที่ พื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองมากที่สุดอยู่บริเวณริมถนน
            ลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว ๙๕ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองอยู่ที่ ๗๒ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินมาตรฐาน
            และคุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
                     ปัจจัยหลักของการเกิดฝุ่นละอองทางด้านอุตุนิยมวิทยา คือ ความกดอากาศสูงและมวลอากาศเย็นทำาให้เกิดภาวะฝาชี เกิดค่าฝุ่น
            ละอองสะสมและควบคุมไม่ได้ และเกิดจากการขนส่งถึงร้อยละ ๗๒.๕ ซึ่งกรมควบคุมมลพิษมีการประเมินบทเรียนตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๖๒

            และกำาหนดมาตรการแก้ปัญหาระยะสั้นควบคู่กับมาตรการระยะยาว ดังนี้
                     มาตรการระยะสั้น คือการตรวจจับรถที่มีควันดำาสูง ห้ามรถเมล์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพที่ควันดำาเกินค่ามาตรฐานออกวิ่ง
            ขอความร่วมมือเอกชนหยุดการก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ควบคุมและงดการเผาในที่โล่งแจ้ง ปฏิบัติการฝนหลวง ฉีดพ่นละอองนำ้าบนอากาศ
            ปิดการเรียนการสอนโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร และแจกหน้ากากอนามัย N95 แก่ประชาชน พร้อมแจ้งเตือนและให้คำาแนะนำาในการ
            ปฏิบัติตัว เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพแก่ประชาชน
                     มาตรการระยะยาว รัฐบาลได้ประกาศให้การแก้ปัญหาฝุ่นพิษเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อจัดการฝุ่นละอองในอากาศอย่างยั่งยืน
            และให้ทุกหน่วยงานจัดลำาดับความเร่งด่วนโดยแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง แบ่งเป็น ๓ มาตรการ ได้แก่ มาตรการที่ ๑ การเพิ่มประสิทธิภาพ
            ในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ มาตรการที่ ๒ การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกำาเนิด) มาตรการที่ ๓ การเพิ่มประสิทธิภาพ
            การบริหารจัดการมลพิษ

            หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : กรมควบคุมมลพิษ


            วันพุธ ที่ ๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔

            เรื่อง   พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือแรงงานผู้ประกันตนมาตรา ๓๓
                   โครงการ “ม.๓๓ เรารักกัน”
                     พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือแรงงานผู้ประกันตนมาตรา ๓๓ โครงการ “ม.๓๓ เรารักกัน”
            ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ

                     มาตรการเยียวยาผู้ที่อยู่ภายใต้ระบบประกันสังคม มาตรา ๓๓ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
            ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) แนวทางในการช่วยเหลือ ๓ แนวทาง คือ แนวทางที่ ๑ คนละ ๓,๕๐๐ บาท แนวทางที่ ๒ คนละ ๔,๐๐๐ บาท แนวทาง
            ที่ ๓ คนละ ๔,๕๐๐ บาท โดยจะแบ่งจ่ายเป็นรายสัปดาห์ เช่นเดียวกับโครงการ “เราชนะ” โครงการจะเริ่มจ่ายเงินให้ผู้ประกันตนได้ภายใน
            เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ หลักเกณฑ์การรับสิทธิ “ม.๓๓ เรารักกัน” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ สัญชาติไทย อายุไม่ตำ่ากว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์
            มีเงินฝากในธนาคารไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท




                                                                                   เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ 101
   106   107   108   109   110   111   112   113   114   115   116